ถึงตอนนั้นฉันจึงจะเก็บ (ตอนไหน???)

• วัยเยาว์
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันยังเด็กเกินไปที่จะคิด
ชีวิตฉันเพิ่งเริ่มต้น ทุกวันนี้ยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่
และฉันไม่เหลือพอที่จะเก็บ ฉันกำลังเล่นสนุก
วันหนึ่งเมื่อฉันโตขึ้นฉันจะเก็บเงิน

• วัยรุ่น
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันยังเรียนหนังสืออยู่
พ่อแม่ให้เงินสำหรับพอใช้ในแต่ละวันเท่านั้น ฉันยังเก็บเงินไม่ได้หรอก
นอกจากนั้นฉันยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินอีกเมื่อฉันเรียนจบ
และถ้าฉันหาเงินได้เอง ฉันจึงจะเก็บ

• วัย 20
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันเพิ่งเรียนจบ ขอเวลาฉันได้พักสมองบ้าง
และฉันยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดเรื่องนี้ ฉันยังต้องการแสวงหาความสนุก
ในขณะที่ฉันสามารถทำได้ ยังมีเวลาเหลืออีกมากที่จะคิด
ถึงตอนนั้นเมื่อฉันพร้อมฉันก็จะเก็บ

• วัย 30
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ฉันเพิ่งมีครอบครัวและต้องรับผิดชอบหลายอย่าง
ค่าใช้จ่ายลูกเดี๋ยวนี้แพงเหลือเกิน และฉันยังต้องผ่อนหนี้เงินกู้บ้านอีกด้วย
ทุกวันนี้แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว ถ้าวันข้างหน้าฉันหาเงินได้มากกว่านี้
และลูกๆ โตแล้ว ฉันจึงจะเก็บ

• วัย 40
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ลูกฉันเริ่มเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
เดี๋ยวนี้ค่าหน่วยกิตและค่าต่างๆ แพงมาก
ไหนยังต้องผ่อนหนี้เงินกู้ที่ซื้อรถยนต์ให้ลูกอีก ฉันกลัวพวกเขาลำบาก
ตอนนี้ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายสูงจริงๆ และเป็นเวลาที่ยากที่จะเก็บเงิน
แต่อีกสักระยะเมื่อพวกเขาเรียนจบ การเงินคงจะคล่องตัวขึ้น
ถึงตอนนั้นฉันจึงจะเก็บ

• วัย 50
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…
ตอนนี้ลูกๆเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายคนกำลังจะแต่งงาน
ฉันอยากให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตที่ดี นอกจากนี้ฉันยังต้องไปช่วยญาติบางคน
ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ
เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้เลย มันติดขัดไปหมด
โชคดีเมื่อไหร่ฉันคงจะเก็บเงินได้

• วัย 60
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ฉันนึกว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
ฉันอยากเกษียณอายุก่อน แต่ฉันไม่สามารถทำได้
ฉันกำลังพยายามจ่ายเงินติดค้างจำนองบ้านที่เหลือ และหนี้สินอื่นๆ
แต่ทุกอย่างยังประดังเข้ามา ไหนจะลูกเอยหลานเอย ไอ้โน่นไอ้นี่มาลงที่ตัวฉันหมด
ถ้าภาระฉันหมดเมื่อไร ฉันภาวนาว่าฉันน่าจะเก็บได้

• วัย 70
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…
ฉันแก่เกินไปที่จะเก็บ เงินบำนาญของฉันก็มีไม่มากพอ
บิลค่ายาและค่าดูแลรักษาพยาบาลระยะยาว ทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่
ฉันไม่อยากไปเป็นภาระของลูกๆ เขา
ฉันน่าจะเก็บตอนที่ฉันมีและควรเก็บได้

ตอนนี้มันสายเกินไป……ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้จริงๆ…..

Advertisements

รวมเรื่องขำๆ เอามาให้อ่านกัน

เรื่องที่ 1:
โทรเลขถึงแม่ “ขอเงินซื้อชุดใหม่ชุดที่มีใส่เที่ยวกับแฟนครบหมดแล้ว… จากลูก”
โทรเลขถึงลูก “หาแฟนใหม่ ใส่ชุดเดิม… จากแม่”

เรื่องที่ 2:
หมอแนะนำคนไข้นอนไม่หลับว่า “พอเอนหลังลงนอนก็เริ่มนับไปเรื่อยๆ”
” เคยทำแล้วครับแต่ไม่ได้ผล คือว่าผมเป็นนักมวยเก่า พอนับถึงเก้าก็สะดุ้งตื่นทุกที”

เรื่องที่ 3:
“ขอนัดคุณหมอหน่อยครับ หมู่นี้ผมหน้ามืดบ่อยๆ
ไม่รู้มีปัญหาเรื่องความดันหรือเปล่า” “วันศุกร์หน้าบ่ายสองนะคะ”
“นานยังงั้นเชียวหรือ ขอเป็นวันสองวันนี้ไม่ได้หรือ”
” ไม่ได้จริงๆค่ะ คิวแน่นมากเลยค่ะ ต่อให้มีคนยกเลิกนัด
อย่างมากก็เร็วขึ้นวันสองวันเองค่ะ”
“งั้นนเลยเรอะ… เออ…แล้วนี้ถ้าเกิดผมตายก่อนจะถึงวันนัดจะทำไงดีฮึ”
“กรุณาโทรมาแจ้งด้วยนะคะ จะได้เลื่อนคิวคนข้างหลังมาแทนคุณได้ค่ะ!!!”
“……”

เรื่องที่ 4:
ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ พบเรื่องของนักแสดงสาวสวยแต่งงานกับนักกีฬาที่มี
ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไอคิวต่ำเหลือหลาย เขาจึงหันไปพูดกับภรรยาว่า
” ทำไมผู้ชายโง่ๆ ถึงได้เมียสวยนะ”
“จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ขอบคุณนะที่ชม” ภรรยากล่าว

เรื่องที่ 5:
เรื่องของคุณลุงคนนึง แกทำงานอยู่ กทม. ใกล้จะเกษียณแล้วล่ะ
วันหนึ่งก็มารอรถเมล์จะกลับบ้าน รออยู่คันแล้วคันเล่ารถก็ดูเต็มทุกคัน
แกรออยู่ตั้งนาน เวลาก็ค่ำลงๆ ก็มีอยู่คันหนึ่ง ทำท่าว่าจะจอดรับ แต่ก็ไม่จอด
แต่ลุงแกนึกว่าจะจอดก็ค่อยๆ วิ่งไล่ตามแกวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ เผลอไปสักพักใหญ่
….เฮ้ย …..ถึงบ้านแล้วนี่หว่า แกดีใจ เออดี …..ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์สามบาท
แกดีใจ ใหญ่เลย กลับไปเล่าให้เมียฟัง

ลุง : นี่เธอจ๋า .. วันนี้พี่วิ่งไล่ตามรถเมล์มานะ ถึงบ้านพอดี ตังค์ก็ไม่ต้องเสียตั้งสามบาทล่ะ
เมีย : (พอได้ยินแทนที่จะดีใจไปด้วยกลับด่าส่ง)…ไอ้แก่จะตายแล้วยังจะโง่อีก
ลุง : อ้าวมาด่าชั้นทำไมล่ะ เมีย : นี่ถ้าแกวิ่งตามแท็กซี่ แกรู้มั้ย ประหยัดได้อีกตั้งเท่าไหร่

เรื่องที่ 6:
รถแท็กซี่คันหนึ่ง รับผู้โดยสารมาจากสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคนจาก 3 ประเทศ
โดยทั้ง 3 คนพูดคุยโวกันเรื่องประเทศของตน สร้างอาคารอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น

คนอเมริกันก็พูดว่า สะพานโกลเด้นเกตของตนสามารถสร้างเสร็จภายใน 3 เดือนเท่านั้น
คนญี่ปุ่นก็พูดว่า หอโตเกียวคนญี่ปุ่นสร้างเสร็จตใน 7 วัน แค่นั้นเอง
คนสุดท้าย เป็นคนจีนฮ่องกง คุยทับไปอีกว่า สนามบินใหม่ของฮ่องกง
ใช้เวลาสร้างจริง ๆ แค่ 5 วันก็เสร็จ

โชเฟอร์พอรู้เรื่องเข้าก็คันปากอยากคุยทับบ้าง แต่ไม่สบโอกาส จนรถแท็กซี่ขับมาถึง
อนุสาวรียชัยสมรภูมิ ชาวต่างชาติทั้ง 3 ก็ถามแท็กชี่ว่า เฮ้ ยู นั่นอะไร
แท็กซี่ได้ที เลยตอบกลับไปหน้าตายว่า ” ไม่ทราบครับ เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านมานี่
ผมขับรถมาทางนี้ ยังไม่เห็นเลย สงสัยเพิ่งสร้างเสร็จ”

เรื่องที่ 7:
คางคกเป็นสัตว์ที่ข้ามถนนตอนกลางคืนไม่เก่ง จะถูกรถทับตายเป็นจำนวนมาก
มีคางคกตัวหนึ่งต้องการข้ามถนนเป็น จึงไปปรึกษากระต่าย เพราะกระต่ายข้ามถนน
ตอนกลางคืนเก่งมาก (ข้ามกลางวันถนนมันร้อน)

คางคก: กระต่ายๆ ช่วยสอนเราข้ามถนนตอนกลางคืนหน่อยซิ
กระต่าย: ได้ วิธีข้ามก็คือตอนข้ามไปถ้าเห็นแสงไฟสองดวงส่องมาให้กระโดดไป
อยู่ระหว่างไฟสองดวงนั้น แล้วก้มหัวให้ต่ำ พอแสงไฟผ่านไปก็กระโดดต่อไปได้
คางคก: คืนนี้กระต่ายลองทำให้ดูหน่อยได้หรือเปล่า
กระต่าย: ได้ซิ ว่าแล้วคืนนั้นกระต่ายกับคางคกก็ไปที่ถนนกัน กระต่ายข้ามให้ดูก่อน
กระต่ายกระโดดไป พอแสงไฟสองดวงมา กระต่ายก็เข้าไปอยู่ระหว่างแสงไฟสองดวงนั้น
แล้วก้มหัวให้ต่ำ แสงไฟก็เลยผ่านหัวไป แล้วกระต่ายก็ข้ามถนนผ่านไปได้

พอมาถึงตาคางคกบ้าง คางคกกระโดดไปกลางถนน เห็นแสงไฟสองดวงมาก็เข้าไป
อยู่ระหว่างแสงไฟสองดวงแล้วก้มหัวให้ต่ำ อย่างที่กระต่ายสอน
พอแสงไฟเข้ามาใกล้ก็มีเสียงดัง “แบะ” แล้วก็เลยไป ปรากฏว่าคางคกแบนติดถนน

เมื่อกระต่ายเห็นดังนั้น ถึงกับถอนหายใจ และส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า
“เจ้าคางคกเอ๋ย ซวยจริง ลองครั้งแรกก็เจอตุ๊กตุ๊กซะแล้ว”

เรื่องที่ 8:
มีDoctor คนหนึ่งทำการทดลองเรื่องกบ โดยเขาสั่งให้กบกระโดด
กบก็กระโดด ต่อมาเขาตัดขากบออก 1 ขา แล้วสั่งให้กบกระโดดกบก็กระโดด
แล้วเขาก็ตัดขาออกอีกเรื่อยๆจนเหลือ 1 ขา เขาก็สั่งให้กระโดด
กบก็กระดึ๊บไปได้หน่อยนึง แล้วพอเขาตัดขาออกทั้ง 4 ข้าง แล้วก็สั่งกระโดด
กบก็ไม่กระโดดเพราะไม่มีขา แต่ Doctor คนนั้นสรุปผลการทดลองว่า
กบเมื่อโดนตัดขาออกทั้ง 4 ข้าง จะทำให้หูหนวก

เรื่องที่ 9:
เรื่องมันมีอยู่ว่า หมา หมู และเป็ด เป็นเพื่อนกันมาช้านานวันหนึ่งหมูนัดหมา
ไปกินเหล้าที่ผับแห่งหนึ่ง พอหมามาถึงเห็นหมูนั่งอยู่ตัวเดียวก็สงสัยทำไมเป็ดไม่มาด้วย
จึงถาม หมา : เฮ้ย ไอ้หมู ทำไมไอ้เป็ดถึงยังไม่มาวะ
หมู : ข้าไม่ได้ชวนมันว่ะ
หมา : เอ็งทำอย่างนี้ไม่ดีนา มากันแค่เราสองตัว
เดี๋ยวไอ้เป็ดรู้มันเสียใจแย่

หมู : เสียใจก็ช่างมัน เพราะข้าตั้งใจจะเลิกคบมันอยู่แล้ว
หมา : อ้าวทำไมล่ะแก เพื่อนกันใจเย็นๆก่อนดีกว่า
ไหนเล่ามาซิมีเรื่องอะไรกะไอ้เป็ดมันวะ

หมู : วันก่อนข้าชวนมันไปกินเหล้า พอมาถึงร้านเหล้าข้ายังไม่ทันได้กินเหล้าเลย
มันก็พูดขึ้นว่า กับ กับ กับๆๆๆๆๆๆ ไปไหนไม่ทันได้ทำอะไร มันชวนกลับลูกเดียว
เซ็งว่ะ ก็เลยเป็นที่มาของ เซ็งเป็ด!

เรื่องที่ 10:
เจ้านายหน้าขรึม พา ผจก.ฝ่ายบุคคล และเลขานุการ ไปทานข้าวเที่ยงในร้านอาหาร
ที่ตกแต่งแบบโบราณ ในช่วงขณะที่รออาหารอยู่นั้น… ผจก. ฝ่ายบุคคลได้เอามือ
ไปถูกาน้ำรูปร่างประหลาดบนโต๊ะเล่น และในทันใดนั้นเองก็มีควันพวยพุ่งออกมา
แน่นอนว่าตามท้องเรื่อง ตามนิทานเก่าแก่ มันจะต้องมียักษ์จินนี่ปรากฎกายออกมา
แล้วพูดว่า ‘ เราจะให้พรสามประการแก่พวกท่าน แต่เนื่องจากพวกท่านมากันสามคน
จงแบ่งพร คนละข้อ’

ผจก.ฝ่ายบุคคลผู้อ่อนล้ายกมือ แล้วรีบพูดว่า ‘ ผมก่อน ผมก่อน!
ขอให้ผมได้ไปใช้ชีวิตสงบๆบนเกาะสมุยซัก 2 สัปดาห์ ‘ จากนั้น
ฟุ่บ!…..ร่างของเขาก็หายวับไปกับตา

และในเพียงชั่วเสี้ยววินาทีต่อมานั้น เลขานุการสาวรีบชิงฉวยโอกาศขอพรเป็นคนต่อไป
เธอพูดว่า ‘ ขอให้ฉันกลายเป็นสาวไฮโซ ผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ‘ และแล้ว …….
ฟุ่บ!….. ร่างของเธอก็หายวับไป….ต่อหน้าต่อตาเจ้านาย

เจ้านายจอมบ้างานย่นคิ้ว หน้าตาไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า….
‘ตาฉันบ้างล่ะ …… ฉันขอให้ไอ้สองคนตะกี้ กลับมาทำงานตอนบ่ายโมงตรง
‘ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า……ควรปล่อยให้เจ้านายของคุณ….พูดก่อนเสมอ

เรื่องที่ 11:
มีผู้ชาย 3 คน คนแรกเป็นนักปรัชญา คนที่สองเป็นนักคณิตศาสตร์
คนสุดท้ายเป็นคนโง่ อยู่มาวันหนึ่ง 3 คนนี้ นั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน แล้วระหว่างทาง
รถเกิดไปชนเข้ากลางทางทำให้ทั้ง 3 ตายหมด วิญญาณทั้ง 3 จึงต้องไปหายมบาล
พอไปถึงยมบาลก็บอกว่าให้แต่ละคนถามคำถามมาคนละข้อ
ใครถามคำถามที่ข้า(ยมบาล) ตอบไม่ได้ จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่ถ้ายมบาลตอบได้
คนที่ถามจะต้องลงนรก

นักปรัชญาถามเป็นคนแรกว่า ให้อธิบายความหมายของปรัชญาข้อหนึ่ง
เจ้ายมบาลตอบได้ นักปรัชญาจึงลงนรกไป

นักคณิตศาสตร์ถามเป็นคนที่สองว่า ให้คิดโจทย์เลขข้อนี้ให้ได้
ยมบาลตอบได้อีก นักคณิตศาสตร์จึงลงนรกไป

พอมาถึงคนสุดท้ายคือคนโง่ คนโง่บอกว่าก่อนถามคำถามขอเก้าอี้ที่มี 8 รู
พอได้เก้าอี้คนโง่ก็ตดออกมา แล้วถามยมบาลว่าข้าตดออกมาจากรูไหน
ยมบาลตอบว่ารูที่ 2 จากทางซ้าย คนโง่บอกว่าผิด
แล้วยมบาลก็ถามว่าถ้างั้นคำตอบคืออะไร คนโง่จึงเฉลยว่า”ข้าตดออกมาจากรูตูด”

ผมชนะใจเธอได้ยังไง

เพื่อนหลายคนชอบถามผมว่า ผมชนะใจเธอได้ยังไง
“เธอ”หมายถึงภรรยาของผม  

ผมเรียนหนังสือห้องเดียวกับเธอตอนชั้นมัธยม เราต่างกันราวฟ้ากับดิน
ผมไม่หล่อ เรียนหนังสือไม่เอาไหน เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนที่ไม่มีอะไรเด่น
เธอเป็นนักเรียนเรียนดี เรียบร้อย หน้าตาดูดี ผมนั่งดูเธอรับรางวัลเรียนดีปีแล้วปีเล่า
ในขณะที่ผมต้องลุ้นทุกปีว่าผมจะสอบผ่านหมดไหม
 
ผมรู้ว่าผมไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย แต่เธอไม่เคยรังเกียจหรือดูหมิ่นผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย ถามคำ เธอตอบคำ ผมเฝ้ามองเธออยู่เป็นปีปี
จนบอกกับตัวเองและเพื่อนทีมฟุตบอลว่า ผมแน่ใจว่าชอบเธอ
เพื่อนๆบอกว่า หมามองจรวด ผมไม่สนใจ
 
วาเลนไทน์ปีนั้น ผมให้กุหลาบและเขียนการ์ดสั้นๆว่า “ผมชอบคุณ”
หลังวาเลนไทน์คราวนั้น เธอยังทำตัวปรกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์พิเศษกับผม
ตอนเย็นไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านทุกวัน
โทรศัพท์ถึงเธอตรงเวลาทุกคืน ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เพียงจะบอกราตรีสวัสดิ์
 
จบมัธยม เราแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย ผมยังติดต่อเธอสม่ำเสมอ
เมื่อคิดถึง ผมไปหาเธอที่บ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกัน
เธอบอกว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ผมไม่เคยโต้แย้ง

ตลอดเวลาร่วม10ปี ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นแฟนกัน
เราคุยกัน ถามทุกข์สุขกัน รู้ความเป็นไปของกันและกัน

ผมบอกจริงๆว่า ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะชนะใจเธอไหม
ทุกอย่างที่ผมทำให้เธอ เพราะใจผมอยากทำ
เธอเองไม่ได้แสดงอาการมีใจให้ผมเห็น แต่ก็ไม่เคยรังเกียจ คุยกับผมตลอด
ผมรู้ว่า จะถอย ต่อเมื่อเธอตัดสินใจกับใครไปแล้วเท่านั้น
 
จนเมื่อจบมหาลัย ทำงานแล้ว ผมจึงมีโอกาสชวนเธอไปกินข้าว คุยกันบ้าง
ผมถามเธอว่า ความสัมพันธ์ของเรา จะมีโอกาสเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนไหม
เธอตอบผมว่า เธอคุยกับผมมา10ปี ไม่ใช่เธอให้โอกาสผมมาตลอดหรือ
นับแต่วันนั้น เธอยังคงนิ่งๆ แต่ผมรู้ว่าผมมีโอกาส อีก3ปีต่อมา เราก็แต่งงานกัน
 
ผมถามเธอว่า ทำไมถึงเลือกผม เธอมีคนให้เลือกอีกหลายคน เราต่างกันหลายอย่าง
ผมหลงใหลกีฬา เธอไม่สนใจเลย ผมไม่อ่านหนังสือ เธออ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า
ผมเฮฮากับคนหมู่มากได้ดี เธอสนุกตามมารยาท

เธอตอบผมว่า นิสัยที่ต่างกัน มันปรับเข้าหากันได้
แต่ผมเป็นคนที่รักเธออย่างที่เธอเป็น จริงใจกับเธอเสมอมา
ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอ ทำสิ่งดีดีให้เธอมาตลอด
 
ทุกวันนี้ ผมมีความสุขอยู่กับเธอ
ผมเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้กำลังใจ ทุกคนที่คิดว่า “ไม่มีหวัง”
จงจริงใจกับคนรักของคุณเถอะ ผมเชื่อว่า สิ่งดีดีจะเกิดกับคุณ

อย่าป้ายขี้ให้หมาน่า

หนุ่มน้อยชื่อ ดอนพาแฟนสาวไปกินข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อดัง
ของย่านเวอร์จิเนีย… อาหารรสชา9bดี แต่ว่ามันเผ็ดไปสักหน่อย
สำหรับหนุ่มเมริกันอย่างเขา จึงทำให้ท้องไส้เกิดอาหารไม่ค่อยจะดี
ในตอนขับรถกลับบ้าน…

ตอนแรกดอนคิดว่าจะแวะที่ร้าน Mc Donald ริมทาง แต่ก็กลัวเสียฟอร์ม
ก็เลยตัดสินใจว่า..ไม่เป็นไรน่า เด๋วพอส่งแฟนสาวกลับบ้านแล้วค่อย
แวะทีหลังก็ได้……

พอถึงบ้าน แทนที่แฟนสาวจะยอมเข้าบ้าน กลับคะยั้นคะยอให้ดอน
เข้าไปพบพ่อแม่ของเธอสักหน่อย เพื่อทำความรู้จัก
ตอนนั้นดอนพยายามกลั้นแก๊สที่มันจะออกมาเต็มทน
แต่ก็ทนแฟนรบเร้าไม่ไหว ก็เลยตกลงว่าจะเข้าไปสวัสดี
พ่อแม่ของเธอสักหน่อย แล้วเดี๋ยวจะรีบกลับออกมาปล่อยแก๊สหน้าบ้าน
ให้สบายท้องไปเรย……

พอเข้าไปนั่งในบ้าน..พ่อของแฟนสาวเป็นทหารเรือเก่า พูดจาเสียงดัง
แต่ท่าทางใจดี..พ่อก็เข้ามาทักทายเป็นอย่างดี พร้อมทั้งแนะนำแม่..
และหมาตัวสีขาวน่ารักชื่อ Rover….

เจ้าโรเวอร์ ก็ช่างแสนรู้..เข้ามากระดิกหางแล้วหมอบอยู่ตรงเท้าของดอน
ไม่ไปไหน…ส่วนดอนนั้น..อาการเริ่มแย่ลงจนทนไม่ไหว จะต้องปล่อย
ให้แก๊สส่วนหนึ่งระบายออกมาซะบ้าง

เขาคิดว่า..ไม่เป็นไรน่า..เจ้าโรเวอร์อยู่ใกล้ ๆ ขอมั่วซะหน่อย..
คิดแล้วก็ค่อยๆ ระบายแก๊สออกมาส่วนหนึ่งแต่ก็ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วทีเดียว
ทุกคนทำหน้าเลิ่กลั่ก ๆ ดอนก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้มองไปที่เจ้าโรเวอร์…
คุณพ่อก็จึงส่งเสียงดุออกมาว่า……..” ROVER !!!!”

ดอนก็ค่อยสบายใจ..ถึงแม้จะละอายใจที่ต้องป้ายความผิดให้หมาก็ตาม
เขาจึงปล่อยส่วนที่เหลือออกมาครึ่งนึง กลิ่นเหม็นก็แรงขึ้นกว่าเดิม
คุณพ่อก็ดุเสียงดังขึ้น..” ROVERRR !!!”

ถึงตอนนี้..ดอนกลั้นต่อไปไม่ไหวแล้ว..ก็เลยปล่อยออกมาจนหมดโหลด
ในใจก็นึกขอโทษเจ้าหมาน้อยน่ารัก…ตอนนี้คุณพ่อถึงกับลุกขึ้นยืน…
จ้องเขม็งมาที่เจ้าหมาน้อย แล้วดุเสียงดังสนั่นว่า….

” ROVERRRRR !!!!!…ยังไม่ลุกมาอีก…เด๋วมันก็ขี้รดหัวเอาหรอก..!!! “

ผู้ชายที่จริงใจกับคุณนั้นเป็นเช่นไร

ผู้ชายที่จริงใจกับคุณนั้น มีลักษณะเป็นเช่นไร

1. ไม่เรียกร้อง
ผู้ชายที่เขารักคุณจริงนั้น เขาจะต้องเข้ามาเป็นผู้ให้สำหรับคุณ
ไม่ใช่เข้ามาเรียกร้องนู่นนี่จากคุณ เพราะเขาจะรู้สึกเจียมตัวอยู่เสมอว่า
เขาเป็นฝ่ายที่อยากเข้ามาหาคุณเอง และเขาอยากจะทำให้คุณสบายใจ
ที่สุดที่คบกับเค้า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ๆ ก็ตาม 

แต่ก็เป็นธรรมดาว่าคนเราเมื่อรักใคร ก็อาจต้องการอะไรบ้าง
เช่น เขาอาจจะอยากรู้เรื่องราวของคุณ ว่าคุณไปไหนมาไหนบ้าง
ทำอะไรอยู่ นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาคิดถึงคุณ อาจจะคอยถานนู่นถามนี่
เกี่ยวกับคุณบ้าง แต่ถ้าคุณไม่อยากตอบ เขาก็จะไม่เซ้าซี้หรือบังคับคุณ
เพราะเขาจะยึดถือความสบายใจของคุณเป็นสำคัญ

2. เมื่อคุณบอกว่ามีแฟนแล้ว เขาก็ยังยินดีที่จะเป็นเพื่อนคุณ
ผู้ชายที่จริงใจกับคุณ เขาจะอยากคบกับคุณต่อไปไม่ว่าจะอยู่ในสถานะ
อะไรก็ตาม อาจจะเป็นเพื่อนหรือพี่น้อง เพราะเขาอยากจะมีคุณ
อยู่ในชีวิตเขาตลอดไป ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย 

ลองคิดดูสิว่า ถ้าเขามาจีบคุณแค่เพราะคุณสวย พอรู้ว่ามีแฟนแล้ว
เขาก็คงรีบชิ่งไปแล้วล่ะ เพราะคนสวยน่ะ หาได้ทั่วไป คนอื่น ๆ ก็มี
แต่คนที่เขารักน่ะคือคุณ เขาจะถือว่าไม่จำเป็นที่คุณต้องให้ความรัก
กับเขาก็ได้ เขาจะเป็นผู้มอบความรักให้กับคุณเอง

ขอเพียงแค่คุณไม่รังเกียจที่รับฟังเขา แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว 
ในใจเขาอาจจะขอเป็นแค่คนสำรองคนหนึ่งในยามที่คุณมีคนรักอยู่แล้ว
เขาจะร่วมยินดีกับความสุขในชีวิตรักของคุณ ไม่เข้าไม่ยุ่งเกี่ยว
เพราะไม่อยากให้คุณกับแฟนมีปัญหา แต่เมื่อคุณผิดหวังในรักมา
เขาก็พร้อมที่จะดูแลคุณ ถ้าคุณต้องการ
(ถ้าเขายังไม่เจอคนที่รักเขาซะก่อนนะ)

3. คอยถามถึงปัญหาและเรื่องราวของคุณ
เขาจะคอยถามไถ่คุณเสมอเวลาคุณไปไหนมาไหน เมื่อได้ยินหรือรู้สึก
ถึงความไม่สบายใจของคุณเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องของคุณผ่านเลยไป
แต่จะคอยถามไถ่หรือช่วยคิด แสดงความคิดเห็นให้แก่คุณ 

ถ้าเป็นผู้ชายที่มาจีบเล่น ๆ เขาจะคอยพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองอย่างเดียว
คอยโอ้อวดสารพัด เพื่อต้องการได้คุณเป็นคู่ควงแค่ชั่วคราว 
ดังนั้น พวกนี้จะไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าคุณเป็นคนยังไง ชอบอะไร
ไม่ชอบอะไร ครอบครัวที่บ้านเป็นยังไง เพราะเขาต้องการจะคบแค่ฉาบฉวย 
แต่สำหรับผู้ชายที่จริงจังและจริงใจกับคุณจริงๆ เรื่องพวกนี้เขาจะใส่ใจมาก

ถ้ามีผู้ชายลักษณะนี้เข้ามาในชีวิตของคุณ ขอแสดงความยินดีเลยว่า
คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอกับความรักที่ยิ่งใหญ่
ที่ใคร ๆ หลายคนตามหา อย่าปล่อยให้เขารออยู่ล่ะ

แต่ถ้าคุณมีแฟนอยู่แล้ว ก็ยินดีด้วยเช่นกัน เพราะคน ๆ นี้ เขาพร้อมที่
จะเป็นเพื่อนคุณไปตลอดชีวิต ตราบเท่าที่คุณยังต้องการเขา
หรือถ้าวันไหนที่คุณกับแฟนไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ
ก็อย่าลืมพิจารณาเขาเป็นคนแรกล่ะ

การที่จะรักใครสักคน…

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมจึงไปรักได้
แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้รัก และต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้ทั้ง2 ได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าทำอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่าวันนี้ทำอะไรเพื่อคนที่รักแล้วหรือยัง

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา
แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตว่าเคยมีใครยังไง
แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน…อดีต..ถึงอย่างไรก็คืออดีต

การที่จะรักใครสักคน…เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ
จึงยอมให้เป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้สบายใจ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์
ระหว่างเรากับคนที่รักได้

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย
แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน
เพราะการที่คอยห่วงใยกันอยู่เสมอๆ สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดีแม้สักล้านคำ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆ เลย
เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องคอยนับว่ามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ
เพราะข้อดีก็มีมากพอที่จะทำให้ลืมข้อเสียทั้งหมดได้

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา แค่มีอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

การที่จะรักใครสักคน…เมื่อเห็นเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเสียน้ำตา
แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์เสียตั้งแต่
เมื่อเห็นเงียบๆ ซึมๆ ไปเพราะหากปล่อยไว้จนสายเกิน
ผลสุดท้ายแล้ว คนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง

การที่จะรักใครสักคน…อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่รักซะก่อนที่จะ
ไม่มีคนนั้นให้บอกอีกต่อไป

การที่จะรักใครสักคน…แม้ว่าอาจทำให้ตาบอด แต่ก็ทำให้ได้รับรู้
และเข้าใจว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคนมันมีมากมายแค่ไหน

การที่จะรักใครสักคน…จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ

การที่จะรักใครสักคน…ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบออกไปจากหัวใจ

…ความรัก สอนให้ได้เรียนรู้หลายๆ สิ่ง
ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง
ความรักทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ความรักทำให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

นี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้…จากการที่ได้….รัก….ใครสักคน…

ทฤษฏีลูกเป็ดตัวสุดท้าย

“อย่าคิดว่าลูกเป็ดตัวสุดท้ายในเล้า เป็นลูกเป็ดที่ขี้เหร่ที่สุด”
 
ฟาร์มเป็ดบอกขายลูกเป็ดเพิ่งเกิดใหม่ ผู้คนต่างเดินทางมาจากทุกสารทิศ
เพื่อเลือกซื้อเป็ดที่ดีที่สุดไปเป็น แม่พันธุ์ เป็ดแต่ละตัวได้ถูกตั้งราคา
ไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
 
วันที่หนึ่งผ่านไป มีลูกเป็ดหลายตัวถูกซื้อไป จำนวนลูกเป็ดในเล้าที่ขายลดน้อยลง
ยิ่งหลายวันเข้า จำนวนลูกเป็ดก็น้อยลงเต็มที ลูกเป็ดตัวท้ายๆ เริ่มมีอาการหงอยเหงา
เศร้าใจอย่างยิ่งที่เห็นเพื่อน ๆ ที่เกิดมาพร้อม ๆ กัน ต้องถูก เลือกไปทีละตัว ๆ
ในที่สุดก็เหลือลูกเป็ดตัวสุดท้าย
 
ลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว
ลูกเป็ดก้มลงมองเงาของตัวเองในชามใส่น้ำที่มุมหนึ่งของเล้าเป็ด
แล้วโทษตัวเอง “ฉันขี้เหร่ที่สุดใช่ไหม? ทำไมพวกเขาถึงไม่เลือกฉัน?”
 
ลูกเป็ดนั่งจมอยู่กับความ ทุกข์ ที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกเสียที
ทุก ๆ วันจะมีผู้คนมาวนเวียนก้มลงดูลูกเป็ดตัวสุดท้ายในเล้า
แล้วก็ซุบซิบกับเจ้าของฟาร์มพักใหญ่
 
สุดท้าย …ผู้คนเหล่านั้นก็เดินจากไปโดยที่ไม่ได้นำลูกเป็ดตัวสุดท้ายไป
ลูกเป็ดยิ่งเสียใจ โทษความขี้เหร่ของตัวเอง ตอกย้ำให้ยิ่งเศร้าไปกันใหญ่
 
วันหนึ่งหนูนาที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายร้องไห้จนตาแดงก่ำ
ทนไม่ได้ที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งโทษว่าความขี้เหร่ของตัวเองทำให้ไม่มีใครเลือก
 
หนูนาบอกกับลูกเป็ดตัวสุดท้ายว่า
“ที่ไม่มีใครเลือกเธอไปเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหร่หรอกนะ
แต่เป็นเพราะว่าเจ้าของฟาร์มตั้งราคาเธอไว้สูงกว่าลูกเป็ดตัวอื่น ๆ เท่านั้นเอง

พวกคนที่มาเลือกซื้อลูกเป็ดต่างก็มีเงินไม่พอที่จะซื้อเธอไป
พวกเขาต่างสนใจในตัวเธอ และอยากได้เธอ
เพียงแต่ว่าค่าของเธอมากเกินกว่าที่พวกเค้าจะมีจ่าย เพื่อให้ได้เธอไปเท่านั้นเอง”
 
การที่ลูกเป็ดตัวสุดท้ายยังไม่ได้ถูกเลือก
ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของลูกเป็ดน้อยลงเลย
มองกลับกันมันอาจจะมีค่ามากที่สุดในกลุ่มลูกเป็ดทั้งหลายก็ได้

ลูกเป็ดตัวนี้จึงเพียงต้องรอคอยคนที่มีเงินพอจะจ่าย “ค่า” ของลูกเป็ดได้
ในขณะเดียวกัน ลูกเป็ดไม่ได้เป็นผู้รอคอย

แต่คุณค่าของลูกเป็ดตัวสุดท้ายเป็นข้อกำหนดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติคู่ควร
จึงจะมีสิทธิ์ได้ลูกเป็ดไปครอบครอง
 
เช่นเดียวกันกับ “คุณ” การที่คุณยังไม่ได้ถูกเลือก นั่นไม่ได้หมายความว่า
คุณต้องรอ และเป็นฝ่ายถูกเลือกเพียงฝ่ายเดียว

คุณค่าของคุณ เป็นตัวกำหนดผู้ที่คู่ควรกับคุณไว้อยู่แล้ว
ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณมากมาย ย่อมต้องมีหลายคนที่สนใจในตัวคุณ
แต่ใช่ว่าเขาเหล่านั้นคู่ควรที่จะได้คุณไปครอง
 
เมื่อวันหนึ่ง…. คนที่คู่ควร และมีค่าพอสำหรับคุณเดินเข้ามาในชีวิตคุณ …
คนที่ใช่… เขาจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้ครอบครองคุณหลุดมือไปอย่างแน่นอน

อย่าประเมินค่าของลูก เป็ดตัวสุดท้ายผิดไป !!!!

Previous Older Entries Next Newer Entries