ข้อความสั้นๆที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับความรัก


1. มีคนถามมาบ่อยๆว่าอยากหลุดออกจากทุกข์หรือคิดได้ไวๆ
ทำอย่างไร การให้ความรู้และธรรมทานเป็นการช่วยผู้อื่นอย่างแท้จริง
เหมือนให้ปลากิน1ตัวกินได้1มื้อ สอนวิธีจับปลาเขาหาปลากินเอง
ได้ตลอดชีวิต อานิสงฆ์ของบุญนี้ก็คือจะทำให้เราคิดอะไรได้ไว
หลุดจากทุกข์ได้เร็ว

(ยกตัวอย่าง เวลามีปัญหาจะเจอธรรมะที่ตรงปัญหาเข้ามาช่วยไวมาก
บางทีก็ในรูปแบบคนมาช่วย บางทีก็เจอจากในหนังสือ ฯลฯ)

ต่อไปไปทำบุญสังฆทาน หรือสถานสงเคราะห์ก็อย่าลืม
ติดหนังสือธรรมะดีๆที่ช่วยเขาได้ไปด้วย หรือแค่อ่านธรรมะดีๆ
แล้วรู้สึกว่าเป็นประโยชน์ นำไปบอกคนที่คิดว่าเขาจะได้ประโยช
น์ก็ถือว่าใช่แล้ว

2. ที่คิดว่าขาดความรักเพราะหวังจะได้ แต่ถ้าเข้าใจเสียใหม่
ว่าความรักคือการให้จะไม่รู้สึกขาดเลย

3. มีคนรักยังไม่แน่ว่าเราจะมีความสุข แต่มีความรักให้คนอื่น
มีคนที่เรารัก เรามีความสุขแน่

4. รักเขาในแบบที่เขาเป็น อย่าเปลี่ยนเขาให้เป็นแบบที่เรารัก
เพราะเท่ากับเรารักตัวเอง ความรักไม่มีเงื่อนไข
ถ้ามีเงื่อนไขแปลว่านั่นไม่ใช่ความรัก

5. กรรมที่เราทำส่งให้เราไปผูกใจกับคนที่จะส่งให้เราได้รับผล
เมื่อเหตุหมดใจก็คลายจากเหยื่อที่กรรมมาลวงไว้
วิธีแก้จึงต้องแก้ที่กรรมเรา

6. ของที่ไม่สมหรือเสมอกันอยู่ด้วยกันแล้ว
ก็จะเกิดความไม่พอดีให้ไม่พอใจ การจะเดินร่วมกันไปได้พร้อมๆกัน
ต้องสมกัน การจะเดินร่วมกันไปในทางที่ดีได้จะต้องสมกันในทางที่ดี
ด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา

7. ความอยากให้เขารักเราไม่ได้ทำให้เขารักเราได้
ความสุขต่างหากที่ทำให้เกิดความรัก

8. ความเข้าใจไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนจะต้องเข้าใจอะไร
ตรงกันทุกอย่างแต่หมายถึงความเข้าใจว่าทุกคนมีความต่าง
และพร้อมจะรับความต่างนั้น

9. เมื่อทุกการกระทำของเราออกมาจากใจอย่างแท้จริงแล้วว่า
เราให้เพื่อความปรารถนาให้เขามีสุข ให้เพื่อปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์
ใจเราก็จะพลอยเป็นสุข เพราะเชื่อมั่นในตัวเองอย่างแน่นอนแล้วว่า
ไม่ได้เป็นเหตุแห่งความทุกข์ของคนที่เรารักแน่นอน
แค่นี้น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะคำว่า รัก ไม่เคยมีเงื่อนไข
ว่าจะได้ครอบครอง มีแต่คำที่เป็นสากลว่า รักคือการให้

10. คนที่รักเรา สำคัญกว่าคนที่เรารัก

11. สวยที่กายทำให้หลง สวยที่ใจต่างหากที่ทำให้รัก
สวยที่กายทำให้อยากอยู่ใกล้ สวยที่ใจต่างหากที่ทำให้อยากอยู่ร่วมชีวิต

12. เราทำดีเพื่อให้คนอื่นมีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อเป็นคนดี

13. กรรมที่เราทำส่งผลที่ความรู้สึก ถ้าได้ให้ความสุขคนอื่นไว้
มันก็จะส่งให้เราไปรักคนที่จะให้ความสุขแก่เรา

14.    คนที่รู้จักรัก จะรู้จักวิธีสร้างรัก วิธีรักษาความรัก
และวิธีจากลาโดยไม่เสียใจเลยสักนิด คนที่รู้จักรัก
คือคนที่รู้ว่าจะรักอย่างไรโดยไม่เป็นทุกข์
นอกจากรู้ว่าควรรักอย่างไรแล้ว ก็ยังรู้ว่าควรรักใครด้วย

15. บางคนพยายามให้และทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เขามารัก
นั่นเรียกว่ารักตัวเอง ให้แบบคาดหวังมันก็ยังมีเหตุแห่งทุกข์
คือความอยากของเราเอง ถ้ามองตัวเองออกว่าทำเพราะยังหวั
งว่าจะได้อะไรจากเขา นั่นแหละคือรักตัวเอง

16. บางคนให้เพราะอยากให้เขามีความสุขก็เพียงพอ นั่นเรียกว่ารักเขา
แล้วรักแบบพอแค่นี้แหละที่นำความสุขมาให้ทั้งผู้รับและผู้ให้

17.ความรักของคนทั่วไปคือ อยากได้ อยากครอบครองใครแปลว่ารัก
ที่ทุ่มเททุกอย่างมากมายก็เพื่ออยากให้เขามาเป็นของเรา
เวลาที่มีความทุกข์ ก็แก้ปัญหาไม่ตก เพราะมองเหตุของปัญหาไม่ถูกว่า
ที่ทุกข์น่ะมันทุกข์เพราะว่าอยากให้เขามารักเรา
ไม่ได้ทุกข์เพราะเราอยากให้ความรักเขา ก็ในเมื่อเราไม่ได้รักเขา
จะไปแก้ที่เขาทำไม มันต้องแก้ที่ตัวเราสิ

17 . ก่อนจะอยากให้ใครรักเรา เราควรตั้งคำถามกับตัวเราก่อน
ว่าเราทำตัวให้น่าที่จะรักหรือยัง

18 เราต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้จักทุกข์
หาสาเหตุของมันเจอ แล้วดับได้ที่เหตุ

19. กรรมที่เราทำส่งให้เราต้องมาผูกใจกับคนที่จะให้ผลเป็นทุก
ข์หรือสุขตามที่เราทำมา บางคนเข้าใจผิดว่า กรรมที่ทำมาจะต้อง
เป็นกรรมที่ทำไว้กับคนๆนี้ หรือจากแฟนเก่า กิ๊กเก่า
แท้ที่จริงแล้วเป็นไปได้หมด มากกว่า50%เป็นกรรมที่ทำไว้กับพ่อแม่
ลองย้อนดูตนเองว่าเรามีนิสัยที่สร้างเหตุแบบที่กำลังได้รับผลไว้
กับใครมาก่อนหรือเปล่า

20. ถ้าอยากพัฒนาความรัก เราต้องพัฒนาตนเอง เพราะเราเป็นผู้สร้าง
และผู้ดูแลความรักให้เจริญเติบโต เพราะหากเราไม่รู้จักสร้างความรัก
ก็ไม่มีคนดีๆที่ไหนอยากมารัก เพราะต่อให้เรามีคนรักที่ดี
หากเราไม่รู้จักวิธีรักษาก็ไร้ค่า

21.ทุกข์ของใครปัญหาของคนนั้น

22. เราไม่ได้ดีกับใครเพราะต้องการให้เขามารักเรา
เราดีกับใครเพราะเรารักเขา นั่นแหละคือความรักและความสุขจริงๆ

23. ถ้าอยากให้ชีวิตดีขึ้นทุกวัน หมั่นถามตัวเองทุกวันว่า
วันนี้เราทำอะไรดีๆแล้วหรือยัง?

24.เราเข้มแข็งได้จากการรู้จักให้ความรัก ไม่ใช่จากการขอความรัก
ฝึกให้ทาน เสียสละ เงิน สิ่งของ ความรู้ เวลา แรงกาย
และแรงใจเพื่อคนที่อ่อนแอกว่า  ด้อยโอกาสกว่าเรา
กับตอนที่รอคอย วิงวอนอยากให้ใครสักคนหนึ่งมารักเรา
อย่างไหนสุข อย่างไหนทุกข์

25.หนึ่งในวิธีถอนพิษอกหักได้ดีข้อหนึ่งคือ การให้
สละความอยากได้ของเราที่ต้องการเขา
เพื่อความสุขของเขา(แม้ว่าจะไม่มีเราก็ตาม)

26. ความรักมันไม่ได้ทำให้ใครทุกข์หรอก
ความยึดในรัก (ยึดว่าอยากได้ความรัก) ต่างหากที่ทำให้เราทุกข์
(เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อยากแนะนำให้เรามาศึกษาธรรมะ
เรียนรู้วิธีสอนใจไม่ให้ยึด เพื่อจะได้ไม่ทำให้ตัวเรา
และคนที่เรา(บอกว่า)รัก เป็นทุกข์ค่ะ

27. การที่คนสองคนจะเดินก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
รูปแบบของความสัมพันธ์มันต้องอยู่ในลักษณะที่ว่า
เราช่วยเขาได้ เขาก็สอนเราได้ ต่างคนต่างเรียนรู้ และแบ่งปันกันได้
มันถึงจะเดินไปกันได้พร้อมๆกัน ไม่ใช่ใครนำใครอยู่ฝ่ายเดียว

28. รักคืออยากจะให้ หลงคืออยากจะได้ และความใคร่ก็ไม่ใช่ความรัก

29. ถ้าเข้าใจผิด มันก็ไม่มีทางไปถูก เหมือนอยากไปเชียงใหม่
แต่เดินทางไปตามถนนเพชรเกษมมันก็ไม่มีทางไปถึง
ความรักก็เหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจ ไม่รู้จักว่าอะไรคือความรัก
หาความรักอย่างไรก็ไม่มีทางเจอ

30. บางคนเข้าใจผิดว่า ยึดใครมากแปลว่ารักคนนั้นมาก
เราทุกข์เพราะใคร ไม่ได้แปลว่าเรารักคนนั้นนะ
แท้ที่จริงมันมาจากกรรมที่เราทำให้คนอื่นทุกข์ใจไว้
อาการที่กรรมแสดงตัวคือ ส่งให้ใจเราไปยึดคนๆนั้น
แยกอาการยึดที่เป็น “ผล” ไปตามกรรมก็เรื่องหนึ่ง
(แก้ได้ด้วยวิธีเข้าใจกรรมของตนเอง)
กับความรักซึ่งเป็นความปรารถนาดีซึ่งเป็น “เหตุ” ดีๆ
ที่จะทำให้เราได้รับผลดีต่อไป อีกส่วนหนึ่งให้ออก

31. ไม่ต้องเลิกรัก แค่รักให้เป็นก็ไม่เป็๋นทุกข์แล้ว

32. คงจะดีถ้ามีใครมาให้ความสุขเรา แต่น่าจะดีมากกว่า
ถ้าเรารู้จักให้ความสุขตัวเองเป็น และยังไปให้คนอื่นได้เอง

33.การทำดีที่สม่ำเสมอ และการทำดีให้ยิ่งๆขึ้น
คือรากฐานของการมีชีวิตที่ดีอย่างมั่นคง และเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

34.เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงนิสัยเสียๆของตัวเองสักข้อ
เช่น นิสัยที่แม้แต่ตัวเองยังรำคาญตัวเองบ่อยๆ
หรือนิสัยที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเราเป็นอย่างนี้แล้วไม่มีความสุข
เพราะถ้าหากตัวเองยังรำคาญตัวเองแล้ว คนอื่นก็คงอยู่กับเราได้ยาก

35. คำพูดปลอบใจดีๆเป็นร้อยคำ ไม่เท่าลุกขึ้นมากระทำสิ่งดีๆ
เพื่อเปลี่ยนกรรม เปลี่ยนใจตนเอง

36 ถ้าคนอื่นสามารถเสกหรือช่วยให้เราหายทุกข์ได้
โดยไม่ต้องทำอะไร พ่อแม่ หรือคนที่รักเราคงจะทำสิ่งนั้นไปนานแล้ว
แต่เพราะทำไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีกรรมเป็นของตนเอง
เราจึงต้องคิดช่วยเหลือตนเองให้พ้นจากความทุกข์เหล่านี้

37.เราไม่ได้ให้ความรักเพื่อได้ความรัก เราให้ความรักเพื่อรู้จักความรัก
ถ้าอยากรู้จักความรักที่มีความสุข ก็หมั่นฝึกให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
สละความยึดถือทรัพย์ สิ่งของ เวลา ปัญญา แรงกาย แรงใจของตนเอง
เพื่อคนอื่น เพื่อคนที่มีความทุกข์ให้เขาได้รับความสุขบ่อยๆ
ใจเป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้  แต่ฝึกได้
ถ้าอยากมีความสุขก็ต้องออกแรงทำอะไรดีๆ

38. ถ้าดีพอแล้วมันก็พอดีเอง แต่ถ้ายังดีไม่พร้อม มันก็ไม่พอไปเรื่อยๆ

39. คนที่รักเราสำคัญกว่าคนที่เรารัก

40. ความทุกข์ทำให้เห็นปัญหา
ความเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความก้าวหน้า

41.หน้าตาอาจเป็นสิ่งแรกที่คนอื่นจะเห็น
แต่ความดีเลวจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นจดจำคุณได้นานกว่า

42. เราไม่ได้ทุกข์เพราะรักเขาหรอก เราทุกข์เพราะรักตัวเอง

43. เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ยามเราอยู่ด้วยกันก็สุข
ยามต้องห่างกันเราก็ยังคิดถึงกันอย่างมีความสุขได้
คู่ไหนทำได้ แปลว่าเข้าใจความรัก

44. การนึกถึงสิ่งดีงามทำให้เรามีความสุข
หมั่นระลึกถึงความดีที่เราทำ และความดีที่คนอื่นทำบ่อยๆ
ไม่สำคัญว่าคุณจะหน้าตาอย่างไร เพราะสุดท้ายใครๆ
จะจดจำสิ่งที่คุณทำ

45 ความรักเป็นความสุขที่เย็นใจ ความสุขแบบเร่าร้อนไม่ใช่ความรัก

46. เราก็รักเขาในแบบของเรา เขาก็รักเราในแบบของเขา
ให้เขารักเราในแบบของเขา ไม่ใช่รักแบบที่เราตั้งกฎเกณฑ์ไว้

47 ถ้าเลือกว่ายังไงก็ต้องเป็นคนนี้ จะมีสุขหรือทุกข์ก็ต้องยอมรับให้ได้
แต่ถ้าเลือกว่าจะมีความสุขก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนนี้ เป็นใครก็ได้?
ท้ายที่สุดแล้ว รู้ไว้เถิดว่ากรรมที่เราทำ (กรรมหมายถึงการกระทำ
ที่มาจากต้นตอคือเจตนาที่มาจากใจ)เป็นตัวเลือกให้ใจเรา
ไปติดอยู่กับภาวะสุขหรือทุกข์แบบนั้นๆ ดังนั้นอย่ามุ่งว่า
จะต้องเป็นคนนั้นคนนี้ แต่ให้มุ่งสร้างกรรมดี เหตุที่ดี

48. ถ้าเรารู้สึกว่าอารมณ์ใดทนได้ยาก คนอื่นก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
อย่าเอาอารมณ์ของเราไปใส่คนอื่น เพราะจะทำให้เขาทน
เราไม่ไหวตามไปด้วย เช่น รู้สึกหึงจนทนไม่ได้ต้องถามให้รู้เรื่อง
รู้สึกห่วงมากจนทนไม่ได้ต้องคอยโทรตาม
ความรู้สึกอยากคืออาการดิ้นรน คือความร้อน ตอนเราร้อนเราไม่รู้สึก
แต่คนที่รับอารมณ์เราเขารู้สึกได้ ไม่มีใครชอบของร้อนๆ
แนะนำให้อารมณ์เย็นก่อน จะคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น

49 บางทีไม่ใช่ว่าเขาไม่รักหรอกนะ แค่เขาไม่รักเรา ตอบสนองเรา
ได้บ่อยตามเวลาและถี่ได้ตามที่เราต้องการ
และที่จริงปัญหาก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักเราหรอก
ที่แท้แล้วปัญหาคือ เรารักตัวเอง(เลยอยากให้เขามาให้เรา ตามใจเรา)
เราลืมไปว่าเรารักเขา

50 ถ้าเรายังเป็นตัวตนแบบเดิมๆ  ชีวิตก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ถ้าเราเจอกับปัญหาเดิมๆ แก้ไขปัญหาและความทุกข์ด้วยวิธีเดิมๆ
แล้วไม่พบทางออก หรือประสบความสำเร็จเสียที
บางทีอาจเป็นเพราะว่าเราเดินผิดทาง การเปลี่ยนแปลงตนเอง
จะมีผลกระทบให้สิ่งต่างๆรอบตัวเปลี่ยนไปในทิศทางใหม่ๆ
การพบข้อด้อยของตนเอง และสามารถเปลี่ยนแปลงตนเอง
ไปในทางที่ดีเท่าไหร่ จะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นเท่านั้น

51 วงจร

อยากได้ความรักแต่รักไม่เป็น=>เรียกร้อง=>ไม่มีใครรักเราได้
เพราะอยู่ด้วยแล้วทุกข์=>อยากได้ความรักเพิ่มขึ้นแต่ก็รักไม่เป็น
=>เรียกร้องมากขึ้น=>ไม่มีใครรักเราได้
เพราะอยู่ด้วยแล้วทุกข์มากขึ้นๆ=>…แก้วงจรทุกข์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ด้วยการเริ่มรักให้เป็น รักตัวเราให้เป็น รักคนอื่นให้เป็น:)

52 ข้อแรก ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขาไม่รักเรา
ปัญหามันอยู่ที่เราอยากให้คนๆนี้รักเรา
ข้อสอง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรารักเขา
ปัญหามันอยู่ที่เรารักตัวเองเลยทุกข์
พอรู้เข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่เรา มันจะง่ายกว่าการที่รู้สึกว่าปัญหา
อยู่ที่คนอื่น จะได้ไม่ไปพยายามทำให้เขาเปลี่ยน
แต่หันมาเปลี่ยนตัวเอง ถึงมันจะไม่ง่าย แต่ก็มีความเป็นไปได้
และง่ายกว่ามาก และไม่เป็นการก่อกรรมเพิ่ม

53 ความรู้สึกรักคือ….เย็น สว่าง ร่าเริง สงบ อ่อนโยน
ความรู้สึกนี่แหละที่ช่วยสลายความทุกข์ในใจผู้อื่น
ความรู้สึกแบบนี้แหละคือความรักและเป็นที่มาให้ใครๆรัก

54 คนรักไม่ใช่ที่มาของความสุข การรู้จักรัก การรู้จักคิด
และกรรมของเราต่างหากที่เป็นที่มาของความสุข

55 การอ่านธรรมะและข้อคิดดีๆไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์
หรือมีความรักที่ดี เป็นเพียงแต่การบอกวิธี ให้เราละเหตุแห่งทุกข์
สร้างเหตุแห่งสุขตามที่ต้องการ ทาน การให้ความสุขผู้อื่น
ช่วยให้ผู้อื่นมีความรักที่ดีคือการสร้างเหตุที่ดี
ศีล การเห็นจุดบกพร่องของตนเอง กรรมที่ส่งให้ทุกข์คือ
ละเหตุแห่งทุกข์(ให้ตรงจุดคือแก้จากทุกข์ที่เผชิญอยู่
ผลอย่างไรเหตุทำไว้อย่างนั้น)
การภาวนาคือสำรวจตรวจสอบฝึกตนเองให้เห็นตนเอง เข้าใจความจริง

56 เวลาที่คิดว่าอยากแนะนำให้ใครทำอะไรทำแล้วดี
มองให้เห็นความต่างระหว่างการเริ่มต้นมาจากเจตนาที่เมตตา
กับเจตนาไม่พอใจเลยพูดให้ทำนะ จุดเริ่มมันต่างกันมาก
ผลก็ต่างกันมากด้วย

57 ถ้าเรารักตัวเองเป็น ดูแลตัวเองได้ อยู่คนเดียวก็มีความสุข
มีคู่ก็ร่วมกันสุข ร่วมกันสร้างได้ ไม่มีข้อเสียที่ตรงไหน
แต่ถ้าเรารักตัวเองไม่เป็น ดูแลตนเองไม่ได้ อยู่คนเดียวก็มีทุกข์
มีคู่ก็ทำให้อีกคนมีทุกข์ เป็นภาระ ไม่มีข้อดีตรงไหน

58 ลองสังเกตดูว่าเวลาเป็นห่วงใครมันจะเป็นภาระในใจเรา
และในบางครั้งจะกลายเป็นเพิ่มทุกข์ให้อีกฝ่ายด้วย
ความเป็นห่วงลักษณะนี้จะมีหน้าตามาพร้อมกับความเครียด
ความไม่สบายใจ ความเศร้า ความโกรธ เป็นต้น แตกต่างจาก
ความปรารถนาดีที่มีความพร้อมจะช่วยแต่ใจไม่ทุกข์ ไม่แบก
ใจที่ไม่เป็นทุกข์พร้อมเผื่อแผ่ความสุขต่างหาก
ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ คิดหาทางออกให้ได้จริงๆ

59 ถ้าเราร้องไห้ยี่สิบนาที เราจะเสียเวลาไปยี่สิบนาที
เสียน้ำตาไปหอีกหนึ่งขวดแบรนด์ ถ้าเราปล่อยให้ทุกข์และคิดมาก
วันละสองชั่วโมง เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆวันละสองชั่วโมง
ถ้าเราเอาเวลายี่สิบนาทีมาคิดดีๆว่าเราต้องปรับเปลี่ยนตัวเองที่ตรงไหน
และใช้เวลาวันละสองชั่วโมง มาลงมือทำอะไรดีๆ
เราจะมีเวลาที่มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

60 มันสำคัญว่าใจ2คนเดินไปด้วยกัน/พร้อมกันหรือเปล่า
กายอยู่ห่างใจอยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ใกล้
กายอยู่ใกล้ใจอยู่ห่างก็เหมือนอยู่ห่าง

61  มันมีความต่าง…ไม่ตามใจ ไม่ได้แปลว่าต้องบังคับ
ไม่อยากให้ความหวัง ไม่ได้แปลว่าต้องตั้งใจทำให้ทุกข์
ไม่อยากทำให้ผู้อื่นทุกข์ ไม่ได้แปลว่าต้องเบีบดเบียนตัวเอง
อยากให้ผู้อื่นมีความสุข ไม่จำเป็นต้องตามใจไปเสียทุกเรื่อง
ให้อภัย ไม่ได้แปลว่าต้องยอมให้เค้าทำผิดซ้ำๆ
ไม่รัก ไม่ได้แปลว่ต้องเกลียด มันมีความต่าง…

Advertisements

เมื่อรักหมายถึงห่วงใย

เคยมีใครถามผมว่า…ความรักคืออะไร?
ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้แล้วล่ะ…

คำที่ใช้แทนคำว่า “ความรัก” ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นคำว่า “ใส่ใจ”
เพราะคนเราบางครั้ง….ก็ต้องการมีใครซักคน มาคอยใส่ใจเราบ้าง

หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน
ลองถามตัวเองดูว่า…คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความเอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า…คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้   ไม่ใช่สักแต่ว่าจะซื้อ เพียงเพื่อเอาใจ
นั่นแหละถึงเรียกว่า…ความใส่ใจ

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความหึงหวง
หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่า…กลับถึงบ้านหรือยัง  เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

หากคุณทะเลาะกับคนรัก  แต่แล้ววันรุ่งขึ้น…
คนรักของคุณยังโทรมา…แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ
เหมือนทุกๆวัน  ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง  
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความมีน้ำใจอย่างเดียว   
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย
หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณด้วยความตั้งใจ แต่…คุณกลับไม่ชอบมัน
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
“ใส่ใจ” ในความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณต้องเดินทางไกล
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า…
“ถึงหรือยัง”   “ปลอดภัยดีไหม”  ….. “เหนื่อยไหม”

หากคุณต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญ
ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า…
“โชคดีนะ”    “ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้”

หากคุณต้องขับรถคนเดียว  มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า…
“ขับรถดีๆ นะ”

ความใส่ใจ  กับ ความเกรงใจ  คล้ายกันในหลายๆ ด้าน
คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากนัก
แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น 

เพราะยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่  ยิ่งต้องเกรงใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
ความเกรงใจเป็นสิ่งดี  และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน

เห็นไหมล่ะว่าไม่ยากเลย ที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
แล้ววันนี้…คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง

เมื่อ “รักเรา” ไม่ใช่ที่หนึ่ง

การไม่ได้เป็นที่ “หนึ่ง” ในใจคนที่เรารักนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป
การเป็นที่สอง ในใจเขานั้น ย่อมดีกว่าการเป็นที่สาม ที่สี่
หรือถึงแม้ว่า . . . เราจะเป็นที่สุดท้าย แต่มันก็ยังดีกว่า
การที่เราไม่ได้อยู่ในใจเขาคนนั้นเลยไม่ใช่หรือ

จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
“เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน”

การรักใครสักคนนั้น . . . ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก
การสบตา จากใครสักคนนั้น . . . ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้

จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .  อย่างสุดหัวใจ และเศร้าได้อย่างสุดหัวใจ

อย่า . . . โทษเขา ที่ไม่ได้รักเรา
อย่า . . . โทษพรหมลิขิตที่ทำให้เราเจอกัน แต่ไม่ได้ทำให้เรารักกัน
อย่า . . . โทษหัวใจตัวเองที่ไปรักเขา
อย่า . . . โทษกาลเวลาที่ทำให้เราเจอกันช้าไป

จงมีความสุข และยิ้มให้กับสิ่งต่าง ๆ เถอะ ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .
เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา

ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .
เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .
เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก

ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน

เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้

คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา

คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา (ใยไหม)

ปล่อยให้คนที่รักมีชีวิตของเขา… อยู่บนเส้นทางของเขา… กับคนของเขา…
ในขณะที่ความรักของเราที่มีต่อเขาก็ดำเนินต่อไปอยู่ในใจของเราเอง…
ให้ความถูกต้องยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง… ให้ความรักงดงามอยู่ในหัวใจ…ตลอดไป

มีบางครั้งในชีวิต ที่เราเกิดรู้สึกประทับใจใครสักคน
ในเวลาที่เราไม่อาจจะทำอะไรได้  แม้มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย…

เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่เราจะพบใครคนหนึ่ง
ที่สามารถตอบตัวเองได้ว่า “เป็นคนที่ตามหามาตลอด”
และมันก็ยากพอ ๆ กับการตัดใจ

ความรัก…เป็นความรู้สึกที่บางครั้ง ก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของความคิด
เราจึงสามารถรู้สึกได้ รักได้โดยใช้หัวใจรัก

แต่ขณะเดียวกัน การแสดงออก และการกระทำต่าง ๆ นั้น
กลับต้องใช้ “หัวใจ” และ “สมอง” ไปพร้อม ๆ กัน

หัวใจ…จะคอยบอกว่าเรารักได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะรัก
สมอง…จะบอกว่ารักแล้ว จะสามารถแสดงออกได้แค่ไหน

คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
ทำได้ไหม รักในแบบไม่เรียกร้อง ไม่ต้องการอะไร
รักเพราะรู้สึกรัก…เพราะว่ารักเต็มตื้นอยู่ในหัวใจ

ปล่อยให้คนที่รักมีชีวิตของเขา อยู่บนเส้นทางของเขา กับคนของเขา
ในขณะที่ความรักของเราที่มีต่อเขาก็ดำเนินต่อไปอยู่ในใจของเราเอง
ให้ความถูกต้องยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง ให้ความรักงดงามอยู่ในหัวใจ…ตลอดไป

ถึงตอนนั้นฉันจึงจะเก็บ (ตอนไหน???)

• วัยเยาว์
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันยังเด็กเกินไปที่จะคิด
ชีวิตฉันเพิ่งเริ่มต้น ทุกวันนี้ยังต้องแบมือขอเงินพ่อแม่
และฉันไม่เหลือพอที่จะเก็บ ฉันกำลังเล่นสนุก
วันหนึ่งเมื่อฉันโตขึ้นฉันจะเก็บเงิน

• วัยรุ่น
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันยังเรียนหนังสืออยู่
พ่อแม่ให้เงินสำหรับพอใช้ในแต่ละวันเท่านั้น ฉันยังเก็บเงินไม่ได้หรอก
นอกจากนั้นฉันยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องใช้เงินอีกเมื่อฉันเรียนจบ
และถ้าฉันหาเงินได้เอง ฉันจึงจะเก็บ

• วัย 20
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…ฉันเพิ่งเรียนจบ ขอเวลาฉันได้พักสมองบ้าง
และฉันยังไม่พร้อมที่จะผูกมัดเรื่องนี้ ฉันยังต้องการแสวงหาความสนุก
ในขณะที่ฉันสามารถทำได้ ยังมีเวลาเหลืออีกมากที่จะคิด
ถึงตอนนั้นเมื่อฉันพร้อมฉันก็จะเก็บ

• วัย 30
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ฉันเพิ่งมีครอบครัวและต้องรับผิดชอบหลายอย่าง
ค่าใช้จ่ายลูกเดี๋ยวนี้แพงเหลือเกิน และฉันยังต้องผ่อนหนี้เงินกู้บ้านอีกด้วย
ทุกวันนี้แทบจะชักหน้าไม่ถึงหลังอยู่แล้ว ถ้าวันข้างหน้าฉันหาเงินได้มากกว่านี้
และลูกๆ โตแล้ว ฉันจึงจะเก็บ

• วัย 40
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ลูกฉันเริ่มเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย
เดี๋ยวนี้ค่าหน่วยกิตและค่าต่างๆ แพงมาก
ไหนยังต้องผ่อนหนี้เงินกู้ที่ซื้อรถยนต์ให้ลูกอีก ฉันกลัวพวกเขาลำบาก
ตอนนี้ยอมรับว่าค่าใช้จ่ายสูงจริงๆ และเป็นเวลาที่ยากที่จะเก็บเงิน
แต่อีกสักระยะเมื่อพวกเขาเรียนจบ การเงินคงจะคล่องตัวขึ้น
ถึงตอนนั้นฉันจึงจะเก็บ

• วัย 50
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…
ตอนนี้ลูกๆเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายคนกำลังจะแต่งงาน
ฉันอยากให้พวกเขาเริ่มต้นชีวิตที่ดี นอกจากนี้ฉันยังต้องไปช่วยญาติบางคน
ซึ่งตอนนี้พวกเขากำลังต้องการความช่วยเหลือ
เหตุการณ์มันไม่ได้เป็นไปตามที่ฉันคิดไว้เลย มันติดขัดไปหมด
โชคดีเมื่อไหร่ฉันคงจะเก็บเงินได้

• วัย 60
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้… ฉันนึกว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น
ฉันอยากเกษียณอายุก่อน แต่ฉันไม่สามารถทำได้
ฉันกำลังพยายามจ่ายเงินติดค้างจำนองบ้านที่เหลือ และหนี้สินอื่นๆ
แต่ทุกอย่างยังประดังเข้ามา ไหนจะลูกเอยหลานเอย ไอ้โน่นไอ้นี่มาลงที่ตัวฉันหมด
ถ้าภาระฉันหมดเมื่อไร ฉันภาวนาว่าฉันน่าจะเก็บได้

• วัย 70
ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้…
ฉันแก่เกินไปที่จะเก็บ เงินบำนาญของฉันก็มีไม่มากพอ
บิลค่ายาและค่าดูแลรักษาพยาบาลระยะยาว ทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่
ฉันไม่อยากไปเป็นภาระของลูกๆ เขา
ฉันน่าจะเก็บตอนที่ฉันมีและควรเก็บได้

ตอนนี้มันสายเกินไป……ฉันไม่สามารถเก็บเงินได้เดี๋ยวนี้จริงๆ…..

ผู้ชายที่จริงใจกับคุณนั้นเป็นเช่นไร

ผู้ชายที่จริงใจกับคุณนั้น มีลักษณะเป็นเช่นไร

1. ไม่เรียกร้อง
ผู้ชายที่เขารักคุณจริงนั้น เขาจะต้องเข้ามาเป็นผู้ให้สำหรับคุณ
ไม่ใช่เข้ามาเรียกร้องนู่นนี่จากคุณ เพราะเขาจะรู้สึกเจียมตัวอยู่เสมอว่า
เขาเป็นฝ่ายที่อยากเข้ามาหาคุณเอง และเขาอยากจะทำให้คุณสบายใจ
ที่สุดที่คบกับเค้า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ๆ ก็ตาม 

แต่ก็เป็นธรรมดาว่าคนเราเมื่อรักใคร ก็อาจต้องการอะไรบ้าง
เช่น เขาอาจจะอยากรู้เรื่องราวของคุณ ว่าคุณไปไหนมาไหนบ้าง
ทำอะไรอยู่ นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาคิดถึงคุณ อาจจะคอยถานนู่นถามนี่
เกี่ยวกับคุณบ้าง แต่ถ้าคุณไม่อยากตอบ เขาก็จะไม่เซ้าซี้หรือบังคับคุณ
เพราะเขาจะยึดถือความสบายใจของคุณเป็นสำคัญ

2. เมื่อคุณบอกว่ามีแฟนแล้ว เขาก็ยังยินดีที่จะเป็นเพื่อนคุณ
ผู้ชายที่จริงใจกับคุณ เขาจะอยากคบกับคุณต่อไปไม่ว่าจะอยู่ในสถานะ
อะไรก็ตาม อาจจะเป็นเพื่อนหรือพี่น้อง เพราะเขาอยากจะมีคุณ
อยู่ในชีวิตเขาตลอดไป ไม่ใช่แค่ฉาบฉวย 

ลองคิดดูสิว่า ถ้าเขามาจีบคุณแค่เพราะคุณสวย พอรู้ว่ามีแฟนแล้ว
เขาก็คงรีบชิ่งไปแล้วล่ะ เพราะคนสวยน่ะ หาได้ทั่วไป คนอื่น ๆ ก็มี
แต่คนที่เขารักน่ะคือคุณ เขาจะถือว่าไม่จำเป็นที่คุณต้องให้ความรัก
กับเขาก็ได้ เขาจะเป็นผู้มอบความรักให้กับคุณเอง

ขอเพียงแค่คุณไม่รังเกียจที่รับฟังเขา แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว 
ในใจเขาอาจจะขอเป็นแค่คนสำรองคนหนึ่งในยามที่คุณมีคนรักอยู่แล้ว
เขาจะร่วมยินดีกับความสุขในชีวิตรักของคุณ ไม่เข้าไม่ยุ่งเกี่ยว
เพราะไม่อยากให้คุณกับแฟนมีปัญหา แต่เมื่อคุณผิดหวังในรักมา
เขาก็พร้อมที่จะดูแลคุณ ถ้าคุณต้องการ
(ถ้าเขายังไม่เจอคนที่รักเขาซะก่อนนะ)

3. คอยถามถึงปัญหาและเรื่องราวของคุณ
เขาจะคอยถามไถ่คุณเสมอเวลาคุณไปไหนมาไหน เมื่อได้ยินหรือรู้สึก
ถึงความไม่สบายใจของคุณเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องของคุณผ่านเลยไป
แต่จะคอยถามไถ่หรือช่วยคิด แสดงความคิดเห็นให้แก่คุณ 

ถ้าเป็นผู้ชายที่มาจีบเล่น ๆ เขาจะคอยพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองอย่างเดียว
คอยโอ้อวดสารพัด เพื่อต้องการได้คุณเป็นคู่ควงแค่ชั่วคราว 
ดังนั้น พวกนี้จะไม่จำเป็นต้องสนใจเลยว่าคุณเป็นคนยังไง ชอบอะไร
ไม่ชอบอะไร ครอบครัวที่บ้านเป็นยังไง เพราะเขาต้องการจะคบแค่ฉาบฉวย 
แต่สำหรับผู้ชายที่จริงจังและจริงใจกับคุณจริงๆ เรื่องพวกนี้เขาจะใส่ใจมาก

ถ้ามีผู้ชายลักษณะนี้เข้ามาในชีวิตของคุณ ขอแสดงความยินดีเลยว่า
คุณเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ๆ ที่ได้เจอกับความรักที่ยิ่งใหญ่
ที่ใคร ๆ หลายคนตามหา อย่าปล่อยให้เขารออยู่ล่ะ

แต่ถ้าคุณมีแฟนอยู่แล้ว ก็ยินดีด้วยเช่นกัน เพราะคน ๆ นี้ เขาพร้อมที่
จะเป็นเพื่อนคุณไปตลอดชีวิต ตราบเท่าที่คุณยังต้องการเขา
หรือถ้าวันไหนที่คุณกับแฟนไปด้วยกันไม่ได้จริง ๆ
ก็อย่าลืมพิจารณาเขาเป็นคนแรกล่ะ

การที่จะรักใครสักคน…

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมจึงไปรักได้
แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้รัก และต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน
แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้ทั้ง2 ได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าทำอะไรเพื่อเราบ้าง
แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่าวันนี้ทำอะไรเพื่อคนที่รักแล้วหรือยัง

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา
แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตว่าเคยมีใครยังไง
แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน…อดีต..ถึงอย่างไรก็คืออดีต

การที่จะรักใครสักคน…เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะก็ไม่สำคัญ
จึงยอมให้เป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้สบายใจ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา
แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์
ระหว่างเรากับคนที่รักได้

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย
แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน
เพราะการที่คอยห่วงใยกันอยู่เสมอๆ สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดีแม้สักล้านคำ

การที่จะรักใครสักคน…ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆ เลย
เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน

การที่จะรักใครสักคน…ไม่ต้องคอยนับว่ามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ
เพราะข้อดีก็มีมากพอที่จะทำให้ลืมข้อเสียทั้งหมดได้

การที่จะรักใครสักคน…ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา แค่มีอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ

การที่จะรักใครสักคน…เมื่อเห็นเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเสียน้ำตา
แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์เสียตั้งแต่
เมื่อเห็นเงียบๆ ซึมๆ ไปเพราะหากปล่อยไว้จนสายเกิน
ผลสุดท้ายแล้ว คนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง

การที่จะรักใครสักคน…อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่รักซะก่อนที่จะ
ไม่มีคนนั้นให้บอกอีกต่อไป

การที่จะรักใครสักคน…แม้ว่าอาจทำให้ตาบอด แต่ก็ทำให้ได้รับรู้
และเข้าใจว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคนมันมีมากมายแค่ไหน

การที่จะรักใครสักคน…จงเชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ

การที่จะรักใครสักคน…ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบออกไปจากหัวใจ

…ความรัก สอนให้ได้เรียนรู้หลายๆ สิ่ง
ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง
ความรักทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้น
ความรักทำให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ

นี่คือสิ่งที่ได้เรียนรู้…จากการที่ได้….รัก….ใครสักคน…

Previous Older Entries