แง่คิดจากไก่กับเป็ด


“ไก่กับเป็ด..”

สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันคู่หนึ่ง ไปเดินเล่นด้วยกันในป่าใน
ค่ำคืนที่สดใสในยามฤดูร้อน ทั้งคู่กำลังมีความสุขมาก
ที่ได้ ใช้เวลาอยู่ร่วมกันตามำพัง

จนกระทั่งได้ยินเสียงแว่วๆมาแต่ ไกล “แคว้ก! แคว้ก!”

ภรรยาบอกว่า “ฟังสิ ดูเหมือนจะเป็นไก่นะ”

สามีบอกว่า “ไม่ใช่หรอก เป็นเป็ดต่างหากเล่า”

ภรรยาก็ว่า “ไม่ใช่ ฉันว่าเป็นไก่แน่นอน”
สามีเริ่มจะรำคาญ เขาบอกว่า “เป็นไปไม่ได้ ไก่ก็ต้องร้องว่า ‘เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก’ ซิ
เป็ดถึงจะร้องว่า ‘แคว้ก! แคว้ก!’ มันเป็นเป็ดจ้ะที่รัก ”

“แคว้ก! แคว้ก!” เสียงแว่วมาอีก สามีก็บอกว่า “เห็นไหม! นั่นเสียงเป็ด”
ภรรยายังคงยืนกรานว่า “ไม่ใช่นะที่รัก ฉันแน่ใจว่าเป็นไก่แน่”
พร้อมกับอาการกระแทกส้นรองเท้า

สามีพูดอย่างออกอาการโกรธว่า
“ฟังนะจ๊ะคุณเมีย มัน…เป็น…เป็ด…ปอ…เอะ…ดอ…เป็ด! เข้าใจไหม?”

ภรรยาก็คงค้านว่า “มันเป็นไก่”
“ปัดโธ่! บอกว่าเป็ดก็เป็ดซิ เธอ……. เธอ…………”

เสียง “แคว้ก! แคว้ก!” ดังขึ้นอีกก่อนที่สามีจะกล่าวคำอะไรที่ไม่สมควรออกมา
ภรรยาผู้ใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ก็ยังคงค้านว่า “แต่มันเป็นไก่นะ”

สามีสังเกตเห็นน้ำตาคลอหน่วยใน ดวงตาภรรยาของเขาและในที่สุด
เขาก็รำลึกได้ว่าเหตุใดเขาจึงแต่งงานกับเธอ สีหน้าของเขาอ่อนละมุนลง
และเขาก็พูดอย่างอ่อนโยนกับเธอว่า

“ขอโทษนะที่รัก ผมคิดว่าคุณคิดถูก มันเป็นไก่จริงๆแหละ”
“ขอบคุณค่ะที่รัก” เธอกล่าวพร้อมกับกระชับมือเธอเข้ากับมือเขา

เสียง “แคว้ก! แคว้ก!” ยังคงแว่วออกมาจากป่า
ขณะที่เขาทั้งสองเดินคลอเคลียกัน ต่อไปด้วยความรัก

ประเด็นของเรื่องอยู่ตรงที่ ในที่สุดสามีก็ได้ ‘ตื่น’ ขึ้นมาตระหนักว่า
จะต้องสนใจไปทำไมว่ามันเป็นไก่หรือเป็นเป็ด สิ่งที่สำคัญมากกว่า
คือความกลมเกลียวปรองดองระหว่างเขาทั้งสองที่จะทำให้
เขามีความสุขกับการเดินชมป่าในค่ำคืนอันงดงามของฤดูร้อนนั้น

มีกี่ครั้งกี่หนที่เรามั่นใจเต็มร้อยว่าเราถูกเพื่อจะพบว่าเราผิดในเวลาต่อมา…
ใครจะรู้ได้ มันอาจจะเป็นไก่ชนิดใหม่ที่กลาย พันธุ์จนร้องเหมือนเป็ดก็ได้

รัก จริงใจ ประทับใจ ผูกพัน สัมพันธ์



กาล ครั้งหนึ่ง…
มี เด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ความรัก’
ความรักไม่รู้ว่าเขาเกิดขึ้นมาได้ อย่างไร เขาไม่เคยเห็นผู้ให้กำเนิด

‘ความรัก’ เกิด มาท่ามกลางความมืดมนและว่างเปล่า…

ความรักเฝ้า ตามหาอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่เหน็บหนาว
เขา อ้างว้าง เขาสับสน เขาอยู่คนเดียวมานานเกินพอ…
…เขารู้สึกว่าอะไรยังขาด หายไป

ความ รักเริ่มออกเดินทางบนถนนสายที่ไม่มีจุดเริ่มต้น…
ถนนสาย นี้ทอดยาวไกลไปในความมืดมิด…และ ดูท่าไม่มีที่สิ้นสุด
ความ รักเริ่มท้อใจ…เมื่อไหร่เขาจะเจอเพื่อนร่วมทางเสียที…

แสงสว่างเล็ก ๆ กระพริบพราวท่ามกลางความมืดรอบกาย แล้วหายไป…
ความรัก ดีใจมาก ในที่สุดก็มีแสงสว่างจุดขึ้นมาแล้ว
เขาเดินเข้า ใกล้…และพบกับใครคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่เดียวดาย
…เธอคนนั้นคือ ‘ความ จริงใจ’…

ความ จริงใจบอกกับความรักว่าเธอถูกสั่งให้มาเฝ้ารอใครสักคน…
เธอ นั่งอยู่ตรงนี้นานแล้ว…นานจนแทบจะหมดหวัง…
เธอเห็นแสง สว่างอยู่ไกล ๆ…และความรักก็เข้ามาหาเธอ

ทั้งสอง ส่งยิ้มให้กัน…ไม่ต้องให้มีใครบอกเขาก็รู้
พวกเขาทั้งคู่ต้องก้าวไปด้วยกัน…

ความรักส่งมือให้ความ จริงใจจับเอาไว้ แล้วพวกเขาก็เริ่มก้าวเดิน…
ก้าว ที่ทั้งสองเดินไปค่อย ๆ ย่างอย่างช้า ๆ…ไม่รีบร้อน
อาจจะมี มรสุมพัดกระหน่ำเข้ามาบ้างแต่มือที่จับกันเอาไว้ไม่เคยปล่อย
… ผ่านลมที่โหมกระหน่ำ

ผ่าน ความมืดและความเหน็บหนาว… ผ่านหลาย ๆ สิ่งมาด้วยกัน
และแล้วก็มีเด็กน้อยๆสองคน จูงมือกันเข้ามา…

เด็กน้อยคนหนึ่งที่ดูบอบบางและอ่อนแอราวกับจะล้มลงได้ ทุกเมื่อ
แต่ อีกคนกลับดูเข้มแข็ง…และคอยปกป้องอีกคนเสมอ
พวกเขาแนะนำตัวว่าเขาคือ ‘ความประทับใจ’ และ ‘ความผูกพัน’

ความ รักและความจริงใจอุ้มเด็กทั้งสองมา
แล้วร่วมเดินบนเส้นทางไปด้วยกัน…

เส้น ทางที่เคยมืดสนิทเริ่มมีแสงจางๆส่องรำไร…
ถนนสายที่ดูยาวไกลไม่สิ้นสุด ตอนนี้กลับเห็นปลายทางสว่างริบหรี่…

…ในใจของพวก เขาเกิดความหวัง
…เส้นทางที่พวกเขารอคอยใกล้เข้ามาถึงแล้ว

แต่ แล้ว! ก็มีเงาทะมึนมาทาบทับ เงาปีศาจสองตัวโอบล้อมพวกเขาเอาไว้
เจ้าปีศาจแนะนำตัวเองว่ามันคือ ‘ความแตกร้าว’ และ ‘ความ เศร้า’
…พวก มันต้องการจะจับความรักไป…

เด็กน้อยที่ชื่อความ ประทับใจร้องไห้จ้า มันกลัวเหลือเกิน
ยิ่งร้องไห้ ร่างบอบบางนั้นยิ่งจางลงราวกับจะสลายไป…

ความผูกพันโผ เข้ากอดความประทับใจแน่น…
เขาค่อย ๆปลอบจนความประทับใจหยุดสะอื้น…

ร่าง กายของเด็กน้อยนั้นกลับมามีรูปร่างดังเดิม…

ในขณะที่ ปีศาจทั้งสองตนมีสีหน้าตื่นกลัว…
ร่างของมันเองที่กำลังสลายไปช้า ๆ

ความรักกับความจริงใจเห็นดังนั้น จึงกอดเด็กน้อยทั้งสองแน่น
ร่างทั้งสี่กอดกันกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว
ความแตกร้าวและความเศร้ากรีดร้อง…

…แล้ว มันก็สลายไป

ทั้งสี่ส่งยิ้มให้กัน…พวกเขาทำ สำเร็จแล้ว!
ทันใดนั้นเอง… แสงสว่างก็แยงจ้าไปทั่ว…
ความรักรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังลอยขึ้นช้า ๆ…
ความ อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู…

เสียงปริศนาที่มีชื่อว่า ‘ความสุข’ ดังก้อง…
“พวก เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้ามาเดินทางร่วมกัน

…นับตั้งแต่วันนี้ไป…พวกเจ้าจะรวมกัน เป็นหนึ่งเดียว
ข้าจะให้ชื่อของพวกเจ้าว่า ‘ความสัมพันธ์’

…ทั้งสี่ถูกรวมเป็นคนใหม่คนเดียวกัน
…ร่างกาย ที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าเดิม
…และพร้อมเผชิญกับทุกปัญหา…
พวก เขาเข้าใจแล้วว่า…เขาเกิดมาทำไม…

มีความรัก ความจริงใจ จึงเกิดความประทับใจ
แล้วกลายเป็นความผูกพัน

บาง ครั้งอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เกิดความแตกร้าวและความเศร้า
อาจจะทำให้ความประทับใจลดน้อยลง
แต่ความผูกพันก็ยังเหนี่ยวรั้งทุกอย่างเอาไว้…

…แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะผ่านไปได้ต้องมีพื้นฐาน
คือความรักและความจริงใจ…นี่แหล่ะ ความสัมพันธ์ของคนสองคน

รักเธอทุกลมหายใจ

ในวันนั้น ผมตั้งใจจะบอกสิ่งที่ผมปกปิดเธอมานานให้เธอได้รับรู้
แต่บางทีคำ ๆ นั้นอาจจะทำร้ายจิตใจของเธอหรือใครหลายๆ คน
แต่ผมก็อยากจะพูดออกไป ก่อนจะสายเกินไปก่อนที่จะไม่ได้พูดอะไรตอนจากกัน

ผมรู้จักเธอมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กมัธยม
เราไม่เคยมีความลับต่อกัน ถึงมันอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ
แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ว่าผมไม่เคยมีความลับกับเธอเลย

พอจบมัธยมเราต่างก็แยกย้ายกันไป เธอเป็นคนเรียนเก่ง ฉลาด น่ารัก ใครๆ ก็รักเธอ
โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่คอยตามเอาใจเธอไม่เว้นแต่ละวัน
ผมไม่มีอะไรจะเด่นเท่ากับเธอซักอย่าง ผมเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ
แต่เธอคอยดูแลผมเมื่อผมมีปัญหา

ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เกินเอื้อม
ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมก็ได้แต่นั่งเขียนเรื่องราวของเธอ
เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะเทียบกับเธอ

ผมไม่ได้ต้องการให้เธอมาสนใจผมแล้วเข้าใจความรู้สึกของผม
สำหรับผมแล้วการที่ได้เฝ้าคิดถึงเธอมันก็พอแล้ว

แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
แนะนำกับผมว่า นี่แหละชายในฝันของเธอ หัวใจของผมเหมือนโดนมีดกรีดเป็นทางยาว
ผมไม่ต้องการให้เธอรู้หรอกว่าวันนั้นที่ผมพูดอวยพรในความรักของเธอ
ผมเสียใจขนาดไหน แต่ผม ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกผิดเพราะผม

นับจากวันนั้นผมมองโลกเป็นความมืด ไม่ต้องการจะทำกิจกรรมใดๆเหมือนอย่างเคย
ไม่ต้องการ..ผมต้องการแต่เพียงเธอ ซึ่งผมรู้มาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้
นี่เองที่เค้าเรียกว่าอกหัก… “ผมอกหัก” ในหัวผมมีเพียงคำๆ นี้ดังอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา

หลังจากนั้นไม่นานพ่อผมบอกให้ผมไปศึกษาต่อที่อเมริกา ผมคิดถึงเพียงแต่เธอ
แต่ถึงผมบอกเธอไป เธออาจจะไม่สบายใจ ผมไม่ต้องการให้เธอรู้สึกไม่ดีใด ๆ กับผม
อย่างน้อยแค่เธอยังยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เธอคุยกับผม แค่นั้น…ก็พอแล้วสำหรับผม

วันเวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ผมใกล้จะไปอเมริกาแล้ว
ผมอยากจะเจอเธออีกครั้ง ผมคิดมาตลอดว่าวันที่ผมเจอเธอก่อนไป
ผมอยากจะบอกเธอในบางสิ่ง แม้ว่าเธอจะมีใคร แค่เธอรู้ว่าผมก็คือคนหนึ่ง
ที่อยากดูแลเธอ

ระหว่างที่ผมนั่งเขียนเรื่องราวของเธอ โทรศัพท์ดังขึ้นจากข้างๆ โต๊ะเขียนหนังสือของผม
เรื่องที่ผมได้รู้จากโทรศัพท์ทำให้ผมต้องลุกจากโต๊ะและต้องไปพบเธอเดี๋ยวนี้

เธอโทรมาบอกว่าเธอเลิกกับแฟนผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมไปบ้านของเธอ
ผมตั้งใจจะไปบอกเธอเพียงแค่ปลอบใจเธอ และบอกกับเธอว่าจะไม่มีผมคอยดูแลแล้ว
ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ แทนผมด้วย

ผมไปถึงหน้าบ้านของเธอ ผมพยายามทำตัวปกติที่สุดให้เหมือนทุกครั้งที่เจอเธอ
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไปหาเธอ ผมสังเกตใบหน้าของเธอ ใบหน้าของคนที่ผมเป็นห่วง
มาตลอดผมปลอบเธอจนเธอได้สติ เธอบอกผมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้เธอคงไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากชายคนนั้น…

ผมอยากบอกเธอ อยากโอบกอดเธอ อยากบอกเธอว่าความห่วงใยที่ผมมีให้เธอ
ไม่ได้แพ้ใครเลย ผมอยู่กับเธอจนเธอสบายใจ เธอบอกผมว่า
ผมเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด …

ผมอยากอยู่กับเธอให้นานกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมต้องไปแล้ว
ผมรู้..ว่าตอนนี้ผมไม่ควรบอกเธอ แค่เธอเป็นอย่างที่เป็นตอนนี้
ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ “เพื่อน” ได้ดีแล้ว ผมบอกกับเธอก่อนไป
“ ผมต้องไปเรียนอเมริกา”

น้ำตาของเธอไหลออกมา ผมรู้ว่าเธอเสียใจแต่เธอไม่ได้เหนี่ยวรั้งผม
เธออยากให้ผมมีอนาคตที่ดี เธออยากให้ผมทำในสิ่งที่ผมต้องการ..
ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่าตอนนี้เธอต้องการคนปลอบใจ แต่ผมต้องไปแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผมจากเธอมา ผมไม่เคยมีวันไหนที่ตื่นมาแล้วไม่คิดถึงเธอ
ไม่มีคืนไหนที่ผมไม่เห็นเธอในความฝัน

จนกระทั่งผมสำเร็จการศึกษา ผมกำลังจะกลับไปหาเธอ
กลับไปหาสิ่งที่ผมคิดถึงมาตลอด กลับไปหาความฝันของผม
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ” เสียงที่ผมต้องการได้ยินมาตลอด
ภาพที่ผมปราถนาจะเห็นมากที่สุด เธอไม่เปลี่ยนไปเลย
เธอยังคงน่ารักมีเสน่ห์เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจของผมเช่นเคย

เธอพาผมไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ที่เราเคยไปกัน
ที่ ๆ เรามีอดีตที่สนุกสนานด้วยกัน ที่ๆ เราเคยยิ้มเคยหัวเราะด้วยกัน
เราเที่ยวด้วยกันจนดวงอาทิตย์จางหายไป

เธอมองผมแล้วพูดว่า “เรารักเธอนะ” มันเป็นคำพูดที่ผมใฝ่ฝันอยากได้ยินมาตลอดชีวิต
เธอกอดผมไว้แน่นเหมือนกับอยากบอกว่าอย่าจากเธอไปไหน
เวลานี้ผมไม่ต้องการอะไรนอกจากเธอ แค่เธอรักผมผมไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากนี้
ความลับที่ผมอยากบอกเธอมานานแสนนาน “เราก็รักเธอ และเราจะรักเธอตลอดไป”
ผมตอบอย่างไม่ลังเลเพราะคำๆ นี้ที่ค้างใจของผม เตือนผมเสมอว่าต้องกลับมาบอกกับเธอ

เธอบอกผมในทุกเรื่อง เธอบอกผมว่าเธอคิดถึงผมมาตลอดเวลาสี่ปีที่ผมจากเธอไป
ผมได้แต่ย้ำกับเธอว่าผมจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ผมจะอยู่กับเธอ
จะเป็นคนที่อยู่กับเธอทุกเวลา เธอกอดผมพร้อมทั้งพูดเรื่องราวทุกอย่าง
เสียงของเธอค่อย ๆ เบาลง แต่ผมยังคงจดจำทุกคำพูดของเธอ

“เรารักเธอมาตลอดนะเราดีใจที่วินาทีนี้เราได้อยู่กับเธอ” นั่นเป็นคำพูดสุดท้าย
ก่อนที่ดวงตาของเธอจะหลับลงพร้อมกับน้ำตาหยดเล็กๆ ที่ไหลลงมา ..
กว่าที่ผมจะรู้สึกตัวนั้นมันก็สายเกินไป

ระยะเวลาหลายปีที่ผมนั่งมองรูปของเธอ ผมพยายามจะเก็บความรู้สึกทุกครั้ง
ที่ผมมองรูปเธอ แต่..ทุกครั้งที่ผมมองเธอภาพเธอละเลือนลาง
เพราะน้ำตาของผมมันออกมาตลอดเวลาที่ผมมองเธอ

เธอคนเดียวที่ผมรัก เธอคนเดียวที่ผมคิดถึง เธอคนเดียวที่ผมอยากบอกเธอทุกวันว่า
ผมรักเธอมากแค่ไหน แต่เธอไม่เคยบอกผมเลยว่าเธอ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเกินไปแล้ว

นี่คงเป็นสาเหตุที่แฟนเก่าของเธอของเลิกกับเธอ แต่เธอไม่เคยบอกเหตุผลนั้น
ให้ผมได้รับรู้ เธอคงอยากให้ผมไปเรียนอย่างไม่ต้องกังวล โดยเก็บความทรงจำดี ๆ
ของเราเอาไว้ก่อนที่เธอจะจากไป ผมยังคิดถึงเธอตลอดเวลา

และนับจากวันนั้นผมยังไม่เคยหยุดเขียนเรื่องราวของเธอ
เธอ…เธอผู้ที่ผมรัก “เราจะรักเธอมาตลอดนะเราดีใจที่วินาทีนี้เราได้อยู่กับเธอ”
คำ ๆ นี้จะสถิตย์อยู่ในใจของผมตลอดไป ตลอดไป…ตลอดไป

ปล. ถ้ารักใครอย่ารอจนเวลาของคุณใกล้หมด บอกเธอว่ารักอาจจะทำให้เธอลำบากใจ
แต่มันช่วยให้รู้ว่าคุณก็ยังเป็นคนที่ห่วงใยเค้า แค่นั้นก็พอแล้ว
ถ้าคุณเชื่อมั่นว่ารักของคุณคือรักแท้ ……….

ผมชนะใจเธอได้ยังไง

เพื่อนหลายคนชอบถามผมว่า ผมชนะใจเธอได้ยังไง
“เธอ”หมายถึงภรรยาของผม  

ผมเรียนหนังสือห้องเดียวกับเธอตอนชั้นมัธยม เราต่างกันราวฟ้ากับดิน
ผมไม่หล่อ เรียนหนังสือไม่เอาไหน เป็นนักฟุตบอลโรงเรียนที่ไม่มีอะไรเด่น
เธอเป็นนักเรียนเรียนดี เรียบร้อย หน้าตาดูดี ผมนั่งดูเธอรับรางวัลเรียนดีปีแล้วปีเล่า
ในขณะที่ผมต้องลุ้นทุกปีว่าผมจะสอบผ่านหมดไหม
 
ผมรู้ว่าผมไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย แต่เธอไม่เคยรังเกียจหรือดูหมิ่นผม
ผมคุยด้วย เธอก็คุย ถามคำ เธอตอบคำ ผมเฝ้ามองเธออยู่เป็นปีปี
จนบอกกับตัวเองและเพื่อนทีมฟุตบอลว่า ผมแน่ใจว่าชอบเธอ
เพื่อนๆบอกว่า หมามองจรวด ผมไม่สนใจ
 
วาเลนไทน์ปีนั้น ผมให้กุหลาบและเขียนการ์ดสั้นๆว่า “ผมชอบคุณ”
หลังวาเลนไทน์คราวนั้น เธอยังทำตัวปรกติ ไม่ได้แสดงอารมณ์พิเศษกับผม
ตอนเย็นไปส่งเธอขึ้นรถกลับบ้านทุกวัน
โทรศัพท์ถึงเธอตรงเวลาทุกคืน ไม่ได้คุยอะไรมากมาย เพียงจะบอกราตรีสวัสดิ์
 
จบมัธยม เราแยกย้ายกันไปเรียนมหาลัย ผมยังติดต่อเธอสม่ำเสมอ
เมื่อคิดถึง ผมไปหาเธอที่บ้าน ไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนด้วยกัน
เธอบอกว่าไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่เป็นห่วง ผมไม่เคยโต้แย้ง

ตลอดเวลาร่วม10ปี ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นแฟนกัน
เราคุยกัน ถามทุกข์สุขกัน รู้ความเป็นไปของกันและกัน

ผมบอกจริงๆว่า ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าจะชนะใจเธอไหม
ทุกอย่างที่ผมทำให้เธอ เพราะใจผมอยากทำ
เธอเองไม่ได้แสดงอาการมีใจให้ผมเห็น แต่ก็ไม่เคยรังเกียจ คุยกับผมตลอด
ผมรู้ว่า จะถอย ต่อเมื่อเธอตัดสินใจกับใครไปแล้วเท่านั้น
 
จนเมื่อจบมหาลัย ทำงานแล้ว ผมจึงมีโอกาสชวนเธอไปกินข้าว คุยกันบ้าง
ผมถามเธอว่า ความสัมพันธ์ของเรา จะมีโอกาสเปลี่ยนจากเพื่อนเป็นแฟนไหม
เธอตอบผมว่า เธอคุยกับผมมา10ปี ไม่ใช่เธอให้โอกาสผมมาตลอดหรือ
นับแต่วันนั้น เธอยังคงนิ่งๆ แต่ผมรู้ว่าผมมีโอกาส อีก3ปีต่อมา เราก็แต่งงานกัน
 
ผมถามเธอว่า ทำไมถึงเลือกผม เธอมีคนให้เลือกอีกหลายคน เราต่างกันหลายอย่าง
ผมหลงใหลกีฬา เธอไม่สนใจเลย ผมไม่อ่านหนังสือ เธออ่านทุกอย่างที่ขวางหน้า
ผมเฮฮากับคนหมู่มากได้ดี เธอสนุกตามมารยาท

เธอตอบผมว่า นิสัยที่ต่างกัน มันปรับเข้าหากันได้
แต่ผมเป็นคนที่รักเธออย่างที่เธอเป็น จริงใจกับเธอเสมอมา
ไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเธอ ทำสิ่งดีดีให้เธอมาตลอด
 
ทุกวันนี้ ผมมีความสุขอยู่กับเธอ
ผมเล่าเรื่องนี้ เพื่อให้กำลังใจ ทุกคนที่คิดว่า “ไม่มีหวัง”
จงจริงใจกับคนรักของคุณเถอะ ผมเชื่อว่า สิ่งดีดีจะเกิดกับคุณ

ทฤษฏีลูกเป็ดตัวสุดท้าย

“อย่าคิดว่าลูกเป็ดตัวสุดท้ายในเล้า เป็นลูกเป็ดที่ขี้เหร่ที่สุด”
 
ฟาร์มเป็ดบอกขายลูกเป็ดเพิ่งเกิดใหม่ ผู้คนต่างเดินทางมาจากทุกสารทิศ
เพื่อเลือกซื้อเป็ดที่ดีที่สุดไปเป็น แม่พันธุ์ เป็ดแต่ละตัวได้ถูกตั้งราคา
ไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
 
วันที่หนึ่งผ่านไป มีลูกเป็ดหลายตัวถูกซื้อไป จำนวนลูกเป็ดในเล้าที่ขายลดน้อยลง
ยิ่งหลายวันเข้า จำนวนลูกเป็ดก็น้อยลงเต็มที ลูกเป็ดตัวท้ายๆ เริ่มมีอาการหงอยเหงา
เศร้าใจอย่างยิ่งที่เห็นเพื่อน ๆ ที่เกิดมาพร้อม ๆ กัน ต้องถูก เลือกไปทีละตัว ๆ
ในที่สุดก็เหลือลูกเป็ดตัวสุดท้าย
 
ลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งร้องไห้อย่างโดดเดี่ยว
ลูกเป็ดก้มลงมองเงาของตัวเองในชามใส่น้ำที่มุมหนึ่งของเล้าเป็ด
แล้วโทษตัวเอง “ฉันขี้เหร่ที่สุดใช่ไหม? ทำไมพวกเขาถึงไม่เลือกฉัน?”
 
ลูกเป็ดนั่งจมอยู่กับความ ทุกข์ ที่ไม่ได้เป็นผู้ถูกเลือกเสียที
ทุก ๆ วันจะมีผู้คนมาวนเวียนก้มลงดูลูกเป็ดตัวสุดท้ายในเล้า
แล้วก็ซุบซิบกับเจ้าของฟาร์มพักใหญ่
 
สุดท้าย …ผู้คนเหล่านั้นก็เดินจากไปโดยที่ไม่ได้นำลูกเป็ดตัวสุดท้ายไป
ลูกเป็ดยิ่งเสียใจ โทษความขี้เหร่ของตัวเอง ตอกย้ำให้ยิ่งเศร้าไปกันใหญ่
 
วันหนึ่งหนูนาที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายร้องไห้จนตาแดงก่ำ
ทนไม่ได้ที่เห็นลูกเป็ดตัวสุดท้ายนั่งโทษว่าความขี้เหร่ของตัวเองทำให้ไม่มีใครเลือก
 
หนูนาบอกกับลูกเป็ดตัวสุดท้ายว่า
“ที่ไม่มีใครเลือกเธอไปเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเธอขี้เหร่หรอกนะ
แต่เป็นเพราะว่าเจ้าของฟาร์มตั้งราคาเธอไว้สูงกว่าลูกเป็ดตัวอื่น ๆ เท่านั้นเอง

พวกคนที่มาเลือกซื้อลูกเป็ดต่างก็มีเงินไม่พอที่จะซื้อเธอไป
พวกเขาต่างสนใจในตัวเธอ และอยากได้เธอ
เพียงแต่ว่าค่าของเธอมากเกินกว่าที่พวกเค้าจะมีจ่าย เพื่อให้ได้เธอไปเท่านั้นเอง”
 
การที่ลูกเป็ดตัวสุดท้ายยังไม่ได้ถูกเลือก
ไม่ได้หมายความว่า คุณค่าของลูกเป็ดน้อยลงเลย
มองกลับกันมันอาจจะมีค่ามากที่สุดในกลุ่มลูกเป็ดทั้งหลายก็ได้

ลูกเป็ดตัวนี้จึงเพียงต้องรอคอยคนที่มีเงินพอจะจ่าย “ค่า” ของลูกเป็ดได้
ในขณะเดียวกัน ลูกเป็ดไม่ได้เป็นผู้รอคอย

แต่คุณค่าของลูกเป็ดตัวสุดท้ายเป็นข้อกำหนดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติคู่ควร
จึงจะมีสิทธิ์ได้ลูกเป็ดไปครอบครอง
 
เช่นเดียวกันกับ “คุณ” การที่คุณยังไม่ได้ถูกเลือก นั่นไม่ได้หมายความว่า
คุณต้องรอ และเป็นฝ่ายถูกเลือกเพียงฝ่ายเดียว

คุณค่าของคุณ เป็นตัวกำหนดผู้ที่คู่ควรกับคุณไว้อยู่แล้ว
ผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคุณมากมาย ย่อมต้องมีหลายคนที่สนใจในตัวคุณ
แต่ใช่ว่าเขาเหล่านั้นคู่ควรที่จะได้คุณไปครอง
 
เมื่อวันหนึ่ง…. คนที่คู่ควร และมีค่าพอสำหรับคุณเดินเข้ามาในชีวิตคุณ …
คนที่ใช่… เขาจะไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้ครอบครองคุณหลุดมือไปอย่างแน่นอน

อย่าประเมินค่าของลูก เป็ดตัวสุดท้ายผิดไป !!!!

สำหรับคนรักกัน

วันหนึ่งมีชายหญิงคู่หนึ่ง ทั้งคู่รักกันมาก
ผู้ชายให้สัญญากับผู้หญิงว่า .. ผมจะรักคุณตลอดไป
ผู้หญิงจึงบอกกลับว่า ฉันเชื่อคุณ และจะรักคุณอย่างที่รักฉันให้ดีที่สุด  

ทั้ง 2 คบกันไปชั่วในระยะเวลาหนึ่ง ในระหว่างที่ 2 คนได้เดินจับมือกัน
อยู่ในสวนสาธารณะนั้น ได้มี นางฟ้าคนหนึ่ง ปรากฎกายลงมา พร้อมกับบอกว่า…..
“ท่านทั้ง 2 มีความรักบริสุทธิ์ต่อกัน เราอยากจะให้ท่านได้เห็นอนาคตของท่านทั้ง 2″
 
ชาย หญิงคู่นั้น จับมือกันไว้แน่น และรู้สึกดีใจที่ความรักของเค้าและเธอ
ถึงขนาดนางฟ้ามาให้พร นางฟ้าจึงพูดขึ้นว่า
“ท่านจะดูอนาคตของท่านทั้ง 2 นับตั้งแต่นี้หรือไม่”
 
ชายและหญิงคู่รักมองตากัน แล้วตอบพร้อมกันว่า
“เราทั้ง 2 ไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน”
นางฟ้าได้ยินดังนั้น จึง เสก ของออกมาเป็นซีดี 2 แผ่นให้ทั้งคู่ไปดูอนาคต
 
ที่บ้านของหญิงสาว หญิงสาวค่อยๆควักแผ่นซีดีที่ได้จากนางฟ้า
แล้วใส่ลงในเครื่องเล่นซีดี ในภาพแรกเธอและแฟนของเธอแต่งงานกัน
เธอยิ้มแก้มปริ มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ในภาพหลังๆ หญิงสาวได้เห็นว่า
มีรูปของแฟนเธอคบชู้ เธอนั่งร้องไห้ เสียใจ
 
ทันใดนั้น มีเสียงประตูเคาะขึ้นที่ห้องของเธอ เธอรีบปิดเครื่องวีซีดี และซับน้ำตา
รีบไปเปิดประตู ปรากฎว่าเป็นแฟนของเธอเอง แฟนเธอยิ้ม แต่เธอโมโห
จึงตบหน้าเค้าอย่างแรงและปิดประตูโดยที่ฝ่ายชาย งง ๆ

เธอนอนร้องไห้ถึงอนาคตที่จะต้องเกิดเช่นในวีซีดีนั้น
หลังจากนั้น เธอพยายามหนีหน้าชายคนรักของเธอ โดยที่ผู้ชายก็ตามง้อยกใหญ่
โดยผู้ชายไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร เธอพยายามหาทางเลิกกับผู้ชายจนสำเร็จ
 
จนวันหนึ่ง..ได้มีเสียงเคาะประตู เธอเปิดประตู แต่ทันใดนั้น คนที่เคาะประตู
ก็หันหลังจนลับตาไปเสียแล้ว เธอจำได้ดีถึงแผ่นหลังของอดีตชายที่ตัวเองรัก
เธอมองลงพื้นพบซีดีอีกแผ่นหนึ่งของที่นางฟ้าได้ให้ผู้ชาย…..

เธอนำซีดีแผ่นนี้ไปเปิด พบภาพที่เหมือนกันคือ.. ภาพที่ทั้งคู่แต่งงานกัน
อย่างมีความสุขแต่ภาพหลังจากแต่งงานคือ ภาพที่เธอมีชู้กับผู้ชายคนใหม่
โดยมีแฟนของเธอร้องไห้อยู่ข้างๆ …
 
เธอน้ำตาไหลและปิดวีดิโออย่างช้าๆ..
เธอค่อยๆเปิดจดหมาย ที่แนบมากับซีดีนี้อ่าน ข้อความเขียนว่า
“ผมไม่กลัวอนาคตเรามั่นใจในกันและกัน
ขอบคุณแม้ผมจะเชื่อในคุณฝ่ายเดียวก็ตาม ลาก่อน”
 
คำว่า เชื่อใจ เท่านั้น ที่ทำให้ คนทั้ง 2 คน คบกันอย่างมีความสุข
แล้วคุณละเชื่อใจคนรักของคุณมากแค่ไหน ??

รู้ไหม…? ทำไมน้ำตกถึงสวย

พ่อ :รู้มั้ยลูก…ทำไมน้ำตกถึงสวย…
ลูก :ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ…

พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก …ที่น้ำตกสวยน่ะ … เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำฅก
        ไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก…
ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ…

พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า… เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว…
        จากนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..
        เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก…ไม่เห็นแก่ตัว…แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..
        แล้วส่งต่อกันไป เรื่อยๆ อย่างนี้.. น้ำตก..ถึงสวย…
        และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก…ที่มีเสน่ห์..ไงละ

ข้อคิดจากเรื่องนี้…อย่าลืมน่ะลูก ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก…
ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก อย่าเก็บสิ่งดีๆ นั้นไว้คนเดียว..
ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ…แบ่งปัน…ออกไปให้มากที่สุด

มีแต่คนที่ “ให้” ออกไปเท่านั้นแหละ…ลูก..จึงจะเป็นคนที่ “ได้รับ” อย่างแท้จริง…

Previous Older Entries