แง่คิดจากไก่กับเป็ด


“ไก่กับเป็ด..”

สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันคู่หนึ่ง ไปเดินเล่นด้วยกันในป่าใน
ค่ำคืนที่สดใสในยามฤดูร้อน ทั้งคู่กำลังมีความสุขมาก
ที่ได้ ใช้เวลาอยู่ร่วมกันตามำพัง

จนกระทั่งได้ยินเสียงแว่วๆมาแต่ ไกล “แคว้ก! แคว้ก!”

ภรรยาบอกว่า “ฟังสิ ดูเหมือนจะเป็นไก่นะ”

สามีบอกว่า “ไม่ใช่หรอก เป็นเป็ดต่างหากเล่า”

ภรรยาก็ว่า “ไม่ใช่ ฉันว่าเป็นไก่แน่นอน”
สามีเริ่มจะรำคาญ เขาบอกว่า “เป็นไปไม่ได้ ไก่ก็ต้องร้องว่า ‘เอ้กอี๊เอ้กเอ้ก’ ซิ
เป็ดถึงจะร้องว่า ‘แคว้ก! แคว้ก!’ มันเป็นเป็ดจ้ะที่รัก ”

“แคว้ก! แคว้ก!” เสียงแว่วมาอีก สามีก็บอกว่า “เห็นไหม! นั่นเสียงเป็ด”
ภรรยายังคงยืนกรานว่า “ไม่ใช่นะที่รัก ฉันแน่ใจว่าเป็นไก่แน่”
พร้อมกับอาการกระแทกส้นรองเท้า

สามีพูดอย่างออกอาการโกรธว่า
“ฟังนะจ๊ะคุณเมีย มัน…เป็น…เป็ด…ปอ…เอะ…ดอ…เป็ด! เข้าใจไหม?”

ภรรยาก็คงค้านว่า “มันเป็นไก่”
“ปัดโธ่! บอกว่าเป็ดก็เป็ดซิ เธอ……. เธอ…………”

เสียง “แคว้ก! แคว้ก!” ดังขึ้นอีกก่อนที่สามีจะกล่าวคำอะไรที่ไม่สมควรออกมา
ภรรยาผู้ใกล้จะร้องไห้เต็มแก่ก็ยังคงค้านว่า “แต่มันเป็นไก่นะ”

สามีสังเกตเห็นน้ำตาคลอหน่วยใน ดวงตาภรรยาของเขาและในที่สุด
เขาก็รำลึกได้ว่าเหตุใดเขาจึงแต่งงานกับเธอ สีหน้าของเขาอ่อนละมุนลง
และเขาก็พูดอย่างอ่อนโยนกับเธอว่า

“ขอโทษนะที่รัก ผมคิดว่าคุณคิดถูก มันเป็นไก่จริงๆแหละ”
“ขอบคุณค่ะที่รัก” เธอกล่าวพร้อมกับกระชับมือเธอเข้ากับมือเขา

เสียง “แคว้ก! แคว้ก!” ยังคงแว่วออกมาจากป่า
ขณะที่เขาทั้งสองเดินคลอเคลียกัน ต่อไปด้วยความรัก

ประเด็นของเรื่องอยู่ตรงที่ ในที่สุดสามีก็ได้ ‘ตื่น’ ขึ้นมาตระหนักว่า
จะต้องสนใจไปทำไมว่ามันเป็นไก่หรือเป็นเป็ด สิ่งที่สำคัญมากกว่า
คือความกลมเกลียวปรองดองระหว่างเขาทั้งสองที่จะทำให้
เขามีความสุขกับการเดินชมป่าในค่ำคืนอันงดงามของฤดูร้อนนั้น

มีกี่ครั้งกี่หนที่เรามั่นใจเต็มร้อยว่าเราถูกเพื่อจะพบว่าเราผิดในเวลาต่อมา…
ใครจะรู้ได้ มันอาจจะเป็นไก่ชนิดใหม่ที่กลาย พันธุ์จนร้องเหมือนเป็ดก็ได้

Advertisements

รัก จริงใจ ประทับใจ ผูกพัน สัมพันธ์



กาล ครั้งหนึ่ง…
มี เด็กชายคนหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ความรัก’
ความรักไม่รู้ว่าเขาเกิดขึ้นมาได้ อย่างไร เขาไม่เคยเห็นผู้ให้กำเนิด

‘ความรัก’ เกิด มาท่ามกลางความมืดมนและว่างเปล่า…

ความรักเฝ้า ตามหาอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเขารู้สึกไม่เหน็บหนาว
เขา อ้างว้าง เขาสับสน เขาอยู่คนเดียวมานานเกินพอ…
…เขารู้สึกว่าอะไรยังขาด หายไป

ความ รักเริ่มออกเดินทางบนถนนสายที่ไม่มีจุดเริ่มต้น…
ถนนสาย นี้ทอดยาวไกลไปในความมืดมิด…และ ดูท่าไม่มีที่สิ้นสุด
ความ รักเริ่มท้อใจ…เมื่อไหร่เขาจะเจอเพื่อนร่วมทางเสียที…

แสงสว่างเล็ก ๆ กระพริบพราวท่ามกลางความมืดรอบกาย แล้วหายไป…
ความรัก ดีใจมาก ในที่สุดก็มีแสงสว่างจุดขึ้นมาแล้ว
เขาเดินเข้า ใกล้…และพบกับใครคนหนึ่งที่นั่งกอดเข่าอยู่เดียวดาย
…เธอคนนั้นคือ ‘ความ จริงใจ’…

ความ จริงใจบอกกับความรักว่าเธอถูกสั่งให้มาเฝ้ารอใครสักคน…
เธอ นั่งอยู่ตรงนี้นานแล้ว…นานจนแทบจะหมดหวัง…
เธอเห็นแสง สว่างอยู่ไกล ๆ…และความรักก็เข้ามาหาเธอ

ทั้งสอง ส่งยิ้มให้กัน…ไม่ต้องให้มีใครบอกเขาก็รู้
พวกเขาทั้งคู่ต้องก้าวไปด้วยกัน…

ความรักส่งมือให้ความ จริงใจจับเอาไว้ แล้วพวกเขาก็เริ่มก้าวเดิน…
ก้าว ที่ทั้งสองเดินไปค่อย ๆ ย่างอย่างช้า ๆ…ไม่รีบร้อน
อาจจะมี มรสุมพัดกระหน่ำเข้ามาบ้างแต่มือที่จับกันเอาไว้ไม่เคยปล่อย
… ผ่านลมที่โหมกระหน่ำ

ผ่าน ความมืดและความเหน็บหนาว… ผ่านหลาย ๆ สิ่งมาด้วยกัน
และแล้วก็มีเด็กน้อยๆสองคน จูงมือกันเข้ามา…

เด็กน้อยคนหนึ่งที่ดูบอบบางและอ่อนแอราวกับจะล้มลงได้ ทุกเมื่อ
แต่ อีกคนกลับดูเข้มแข็ง…และคอยปกป้องอีกคนเสมอ
พวกเขาแนะนำตัวว่าเขาคือ ‘ความประทับใจ’ และ ‘ความผูกพัน’

ความ รักและความจริงใจอุ้มเด็กทั้งสองมา
แล้วร่วมเดินบนเส้นทางไปด้วยกัน…

เส้น ทางที่เคยมืดสนิทเริ่มมีแสงจางๆส่องรำไร…
ถนนสายที่ดูยาวไกลไม่สิ้นสุด ตอนนี้กลับเห็นปลายทางสว่างริบหรี่…

…ในใจของพวก เขาเกิดความหวัง
…เส้นทางที่พวกเขารอคอยใกล้เข้ามาถึงแล้ว

แต่ แล้ว! ก็มีเงาทะมึนมาทาบทับ เงาปีศาจสองตัวโอบล้อมพวกเขาเอาไว้
เจ้าปีศาจแนะนำตัวเองว่ามันคือ ‘ความแตกร้าว’ และ ‘ความ เศร้า’
…พวก มันต้องการจะจับความรักไป…

เด็กน้อยที่ชื่อความ ประทับใจร้องไห้จ้า มันกลัวเหลือเกิน
ยิ่งร้องไห้ ร่างบอบบางนั้นยิ่งจางลงราวกับจะสลายไป…

ความผูกพันโผ เข้ากอดความประทับใจแน่น…
เขาค่อย ๆปลอบจนความประทับใจหยุดสะอื้น…

ร่าง กายของเด็กน้อยนั้นกลับมามีรูปร่างดังเดิม…

ในขณะที่ ปีศาจทั้งสองตนมีสีหน้าตื่นกลัว…
ร่างของมันเองที่กำลังสลายไปช้า ๆ

ความรักกับความจริงใจเห็นดังนั้น จึงกอดเด็กน้อยทั้งสองแน่น
ร่างทั้งสี่กอดกันกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว
ความแตกร้าวและความเศร้ากรีดร้อง…

…แล้ว มันก็สลายไป

ทั้งสี่ส่งยิ้มให้กัน…พวกเขาทำ สำเร็จแล้ว!
ทันใดนั้นเอง… แสงสว่างก็แยงจ้าไปทั่ว…
ความรักรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังลอยขึ้นช้า ๆ…
ความ อบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู…

เสียงปริศนาที่มีชื่อว่า ‘ความสุข’ ดังก้อง…
“พวก เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม? ว่าทำไมข้าถึงให้พวกเจ้ามาเดินทางร่วมกัน

…นับตั้งแต่วันนี้ไป…พวกเจ้าจะรวมกัน เป็นหนึ่งเดียว
ข้าจะให้ชื่อของพวกเจ้าว่า ‘ความสัมพันธ์’

…ทั้งสี่ถูกรวมเป็นคนใหม่คนเดียวกัน
…ร่างกาย ที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าเดิม
…และพร้อมเผชิญกับทุกปัญหา…
พวก เขาเข้าใจแล้วว่า…เขาเกิดมาทำไม…

มีความรัก ความจริงใจ จึงเกิดความประทับใจ
แล้วกลายเป็นความผูกพัน

บาง ครั้งอาจจะมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้เกิดความแตกร้าวและความเศร้า
อาจจะทำให้ความประทับใจลดน้อยลง
แต่ความผูกพันก็ยังเหนี่ยวรั้งทุกอย่างเอาไว้…

…แต่สุดท้าย ทุกอย่างจะผ่านไปได้ต้องมีพื้นฐาน
คือความรักและความจริงใจ…นี่แหล่ะ ความสัมพันธ์ของคนสองคน

ข้อความสั้นๆที่ให้แง่คิดเกี่ยวกับความรัก


1. มีคนถามมาบ่อยๆว่าอยากหลุดออกจากทุกข์หรือคิดได้ไวๆ
ทำอย่างไร การให้ความรู้และธรรมทานเป็นการช่วยผู้อื่นอย่างแท้จริง
เหมือนให้ปลากิน1ตัวกินได้1มื้อ สอนวิธีจับปลาเขาหาปลากินเอง
ได้ตลอดชีวิต อานิสงฆ์ของบุญนี้ก็คือจะทำให้เราคิดอะไรได้ไว
หลุดจากทุกข์ได้เร็ว

(ยกตัวอย่าง เวลามีปัญหาจะเจอธรรมะที่ตรงปัญหาเข้ามาช่วยไวมาก
บางทีก็ในรูปแบบคนมาช่วย บางทีก็เจอจากในหนังสือ ฯลฯ)

ต่อไปไปทำบุญสังฆทาน หรือสถานสงเคราะห์ก็อย่าลืม
ติดหนังสือธรรมะดีๆที่ช่วยเขาได้ไปด้วย หรือแค่อ่านธรรมะดีๆ
แล้วรู้สึกว่าเป็นประโยชน์ นำไปบอกคนที่คิดว่าเขาจะได้ประโยช
น์ก็ถือว่าใช่แล้ว

2. ที่คิดว่าขาดความรักเพราะหวังจะได้ แต่ถ้าเข้าใจเสียใหม่
ว่าความรักคือการให้จะไม่รู้สึกขาดเลย

3. มีคนรักยังไม่แน่ว่าเราจะมีความสุข แต่มีความรักให้คนอื่น
มีคนที่เรารัก เรามีความสุขแน่

4. รักเขาในแบบที่เขาเป็น อย่าเปลี่ยนเขาให้เป็นแบบที่เรารัก
เพราะเท่ากับเรารักตัวเอง ความรักไม่มีเงื่อนไข
ถ้ามีเงื่อนไขแปลว่านั่นไม่ใช่ความรัก

5. กรรมที่เราทำส่งให้เราไปผูกใจกับคนที่จะส่งให้เราได้รับผล
เมื่อเหตุหมดใจก็คลายจากเหยื่อที่กรรมมาลวงไว้
วิธีแก้จึงต้องแก้ที่กรรมเรา

6. ของที่ไม่สมหรือเสมอกันอยู่ด้วยกันแล้ว
ก็จะเกิดความไม่พอดีให้ไม่พอใจ การจะเดินร่วมกันไปได้พร้อมๆกัน
ต้องสมกัน การจะเดินร่วมกันไปในทางที่ดีได้จะต้องสมกันในทางที่ดี
ด้วย ศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา

7. ความอยากให้เขารักเราไม่ได้ทำให้เขารักเราได้
ความสุขต่างหากที่ทำให้เกิดความรัก

8. ความเข้าใจไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนจะต้องเข้าใจอะไร
ตรงกันทุกอย่างแต่หมายถึงความเข้าใจว่าทุกคนมีความต่าง
และพร้อมจะรับความต่างนั้น

9. เมื่อทุกการกระทำของเราออกมาจากใจอย่างแท้จริงแล้วว่า
เราให้เพื่อความปรารถนาให้เขามีสุข ให้เพื่อปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์
ใจเราก็จะพลอยเป็นสุข เพราะเชื่อมั่นในตัวเองอย่างแน่นอนแล้วว่า
ไม่ได้เป็นเหตุแห่งความทุกข์ของคนที่เรารักแน่นอน
แค่นี้น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะคำว่า รัก ไม่เคยมีเงื่อนไข
ว่าจะได้ครอบครอง มีแต่คำที่เป็นสากลว่า รักคือการให้

10. คนที่รักเรา สำคัญกว่าคนที่เรารัก

11. สวยที่กายทำให้หลง สวยที่ใจต่างหากที่ทำให้รัก
สวยที่กายทำให้อยากอยู่ใกล้ สวยที่ใจต่างหากที่ทำให้อยากอยู่ร่วมชีวิต

12. เราทำดีเพื่อให้คนอื่นมีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อเป็นคนดี

13. กรรมที่เราทำส่งผลที่ความรู้สึก ถ้าได้ให้ความสุขคนอื่นไว้
มันก็จะส่งให้เราไปรักคนที่จะให้ความสุขแก่เรา

14.    คนที่รู้จักรัก จะรู้จักวิธีสร้างรัก วิธีรักษาความรัก
และวิธีจากลาโดยไม่เสียใจเลยสักนิด คนที่รู้จักรัก
คือคนที่รู้ว่าจะรักอย่างไรโดยไม่เป็นทุกข์
นอกจากรู้ว่าควรรักอย่างไรแล้ว ก็ยังรู้ว่าควรรักใครด้วย

15. บางคนพยายามให้และทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เขามารัก
นั่นเรียกว่ารักตัวเอง ให้แบบคาดหวังมันก็ยังมีเหตุแห่งทุกข์
คือความอยากของเราเอง ถ้ามองตัวเองออกว่าทำเพราะยังหวั
งว่าจะได้อะไรจากเขา นั่นแหละคือรักตัวเอง

16. บางคนให้เพราะอยากให้เขามีความสุขก็เพียงพอ นั่นเรียกว่ารักเขา
แล้วรักแบบพอแค่นี้แหละที่นำความสุขมาให้ทั้งผู้รับและผู้ให้

17.ความรักของคนทั่วไปคือ อยากได้ อยากครอบครองใครแปลว่ารัก
ที่ทุ่มเททุกอย่างมากมายก็เพื่ออยากให้เขามาเป็นของเรา
เวลาที่มีความทุกข์ ก็แก้ปัญหาไม่ตก เพราะมองเหตุของปัญหาไม่ถูกว่า
ที่ทุกข์น่ะมันทุกข์เพราะว่าอยากให้เขามารักเรา
ไม่ได้ทุกข์เพราะเราอยากให้ความรักเขา ก็ในเมื่อเราไม่ได้รักเขา
จะไปแก้ที่เขาทำไม มันต้องแก้ที่ตัวเราสิ

17 . ก่อนจะอยากให้ใครรักเรา เราควรตั้งคำถามกับตัวเราก่อน
ว่าเราทำตัวให้น่าที่จะรักหรือยัง

18 เราต้องทุกข์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะรู้จักทุกข์
หาสาเหตุของมันเจอ แล้วดับได้ที่เหตุ

19. กรรมที่เราทำส่งให้เราต้องมาผูกใจกับคนที่จะให้ผลเป็นทุก
ข์หรือสุขตามที่เราทำมา บางคนเข้าใจผิดว่า กรรมที่ทำมาจะต้อง
เป็นกรรมที่ทำไว้กับคนๆนี้ หรือจากแฟนเก่า กิ๊กเก่า
แท้ที่จริงแล้วเป็นไปได้หมด มากกว่า50%เป็นกรรมที่ทำไว้กับพ่อแม่
ลองย้อนดูตนเองว่าเรามีนิสัยที่สร้างเหตุแบบที่กำลังได้รับผลไว้
กับใครมาก่อนหรือเปล่า

20. ถ้าอยากพัฒนาความรัก เราต้องพัฒนาตนเอง เพราะเราเป็นผู้สร้าง
และผู้ดูแลความรักให้เจริญเติบโต เพราะหากเราไม่รู้จักสร้างความรัก
ก็ไม่มีคนดีๆที่ไหนอยากมารัก เพราะต่อให้เรามีคนรักที่ดี
หากเราไม่รู้จักวิธีรักษาก็ไร้ค่า

21.ทุกข์ของใครปัญหาของคนนั้น

22. เราไม่ได้ดีกับใครเพราะต้องการให้เขามารักเรา
เราดีกับใครเพราะเรารักเขา นั่นแหละคือความรักและความสุขจริงๆ

23. ถ้าอยากให้ชีวิตดีขึ้นทุกวัน หมั่นถามตัวเองทุกวันว่า
วันนี้เราทำอะไรดีๆแล้วหรือยัง?

24.เราเข้มแข็งได้จากการรู้จักให้ความรัก ไม่ใช่จากการขอความรัก
ฝึกให้ทาน เสียสละ เงิน สิ่งของ ความรู้ เวลา แรงกาย
และแรงใจเพื่อคนที่อ่อนแอกว่า  ด้อยโอกาสกว่าเรา
กับตอนที่รอคอย วิงวอนอยากให้ใครสักคนหนึ่งมารักเรา
อย่างไหนสุข อย่างไหนทุกข์

25.หนึ่งในวิธีถอนพิษอกหักได้ดีข้อหนึ่งคือ การให้
สละความอยากได้ของเราที่ต้องการเขา
เพื่อความสุขของเขา(แม้ว่าจะไม่มีเราก็ตาม)

26. ความรักมันไม่ได้ทำให้ใครทุกข์หรอก
ความยึดในรัก (ยึดว่าอยากได้ความรัก) ต่างหากที่ทำให้เราทุกข์
(เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่อยากแนะนำให้เรามาศึกษาธรรมะ
เรียนรู้วิธีสอนใจไม่ให้ยึด เพื่อจะได้ไม่ทำให้ตัวเรา
และคนที่เรา(บอกว่า)รัก เป็นทุกข์ค่ะ

27. การที่คนสองคนจะเดินก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน
รูปแบบของความสัมพันธ์มันต้องอยู่ในลักษณะที่ว่า
เราช่วยเขาได้ เขาก็สอนเราได้ ต่างคนต่างเรียนรู้ และแบ่งปันกันได้
มันถึงจะเดินไปกันได้พร้อมๆกัน ไม่ใช่ใครนำใครอยู่ฝ่ายเดียว

28. รักคืออยากจะให้ หลงคืออยากจะได้ และความใคร่ก็ไม่ใช่ความรัก

29. ถ้าเข้าใจผิด มันก็ไม่มีทางไปถูก เหมือนอยากไปเชียงใหม่
แต่เดินทางไปตามถนนเพชรเกษมมันก็ไม่มีทางไปถึง
ความรักก็เหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจ ไม่รู้จักว่าอะไรคือความรัก
หาความรักอย่างไรก็ไม่มีทางเจอ

30. บางคนเข้าใจผิดว่า ยึดใครมากแปลว่ารักคนนั้นมาก
เราทุกข์เพราะใคร ไม่ได้แปลว่าเรารักคนนั้นนะ
แท้ที่จริงมันมาจากกรรมที่เราทำให้คนอื่นทุกข์ใจไว้
อาการที่กรรมแสดงตัวคือ ส่งให้ใจเราไปยึดคนๆนั้น
แยกอาการยึดที่เป็น “ผล” ไปตามกรรมก็เรื่องหนึ่ง
(แก้ได้ด้วยวิธีเข้าใจกรรมของตนเอง)
กับความรักซึ่งเป็นความปรารถนาดีซึ่งเป็น “เหตุ” ดีๆ
ที่จะทำให้เราได้รับผลดีต่อไป อีกส่วนหนึ่งให้ออก

31. ไม่ต้องเลิกรัก แค่รักให้เป็นก็ไม่เป็๋นทุกข์แล้ว

32. คงจะดีถ้ามีใครมาให้ความสุขเรา แต่น่าจะดีมากกว่า
ถ้าเรารู้จักให้ความสุขตัวเองเป็น และยังไปให้คนอื่นได้เอง

33.การทำดีที่สม่ำเสมอ และการทำดีให้ยิ่งๆขึ้น
คือรากฐานของการมีชีวิตที่ดีอย่างมั่นคง และเจริญเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

34.เริ่มต้นชีวิตใหม่ดีๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลงนิสัยเสียๆของตัวเองสักข้อ
เช่น นิสัยที่แม้แต่ตัวเองยังรำคาญตัวเองบ่อยๆ
หรือนิสัยที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าเราเป็นอย่างนี้แล้วไม่มีความสุข
เพราะถ้าหากตัวเองยังรำคาญตัวเองแล้ว คนอื่นก็คงอยู่กับเราได้ยาก

35. คำพูดปลอบใจดีๆเป็นร้อยคำ ไม่เท่าลุกขึ้นมากระทำสิ่งดีๆ
เพื่อเปลี่ยนกรรม เปลี่ยนใจตนเอง

36 ถ้าคนอื่นสามารถเสกหรือช่วยให้เราหายทุกข์ได้
โดยไม่ต้องทำอะไร พ่อแม่ หรือคนที่รักเราคงจะทำสิ่งนั้นไปนานแล้ว
แต่เพราะทำไม่ได้ เพราะแต่ละคนมีกรรมเป็นของตนเอง
เราจึงต้องคิดช่วยเหลือตนเองให้พ้นจากความทุกข์เหล่านี้

37.เราไม่ได้ให้ความรักเพื่อได้ความรัก เราให้ความรักเพื่อรู้จักความรัก
ถ้าอยากรู้จักความรักที่มีความสุข ก็หมั่นฝึกให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
สละความยึดถือทรัพย์ สิ่งของ เวลา ปัญญา แรงกาย แรงใจของตนเอง
เพื่อคนอื่น เพื่อคนที่มีความทุกข์ให้เขาได้รับความสุขบ่อยๆ
ใจเป็นสิ่งที่บังคับไม่ได้  แต่ฝึกได้
ถ้าอยากมีความสุขก็ต้องออกแรงทำอะไรดีๆ

38. ถ้าดีพอแล้วมันก็พอดีเอง แต่ถ้ายังดีไม่พร้อม มันก็ไม่พอไปเรื่อยๆ

39. คนที่รักเราสำคัญกว่าคนที่เรารัก

40. ความทุกข์ทำให้เห็นปัญหา
ความเปลี่ยนแปลงทำให้เกิดความก้าวหน้า

41.หน้าตาอาจเป็นสิ่งแรกที่คนอื่นจะเห็น
แต่ความดีเลวจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นจดจำคุณได้นานกว่า

42. เราไม่ได้ทุกข์เพราะรักเขาหรอก เราทุกข์เพราะรักตัวเอง

43. เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ยามเราอยู่ด้วยกันก็สุข
ยามต้องห่างกันเราก็ยังคิดถึงกันอย่างมีความสุขได้
คู่ไหนทำได้ แปลว่าเข้าใจความรัก

44. การนึกถึงสิ่งดีงามทำให้เรามีความสุข
หมั่นระลึกถึงความดีที่เราทำ และความดีที่คนอื่นทำบ่อยๆ
ไม่สำคัญว่าคุณจะหน้าตาอย่างไร เพราะสุดท้ายใครๆ
จะจดจำสิ่งที่คุณทำ

45 ความรักเป็นความสุขที่เย็นใจ ความสุขแบบเร่าร้อนไม่ใช่ความรัก

46. เราก็รักเขาในแบบของเรา เขาก็รักเราในแบบของเขา
ให้เขารักเราในแบบของเขา ไม่ใช่รักแบบที่เราตั้งกฎเกณฑ์ไว้

47 ถ้าเลือกว่ายังไงก็ต้องเป็นคนนี้ จะมีสุขหรือทุกข์ก็ต้องยอมรับให้ได้
แต่ถ้าเลือกว่าจะมีความสุขก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนนี้ เป็นใครก็ได้?
ท้ายที่สุดแล้ว รู้ไว้เถิดว่ากรรมที่เราทำ (กรรมหมายถึงการกระทำ
ที่มาจากต้นตอคือเจตนาที่มาจากใจ)เป็นตัวเลือกให้ใจเรา
ไปติดอยู่กับภาวะสุขหรือทุกข์แบบนั้นๆ ดังนั้นอย่ามุ่งว่า
จะต้องเป็นคนนั้นคนนี้ แต่ให้มุ่งสร้างกรรมดี เหตุที่ดี

48. ถ้าเรารู้สึกว่าอารมณ์ใดทนได้ยาก คนอื่นก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
อย่าเอาอารมณ์ของเราไปใส่คนอื่น เพราะจะทำให้เขาทน
เราไม่ไหวตามไปด้วย เช่น รู้สึกหึงจนทนไม่ได้ต้องถามให้รู้เรื่อง
รู้สึกห่วงมากจนทนไม่ได้ต้องคอยโทรตาม
ความรู้สึกอยากคืออาการดิ้นรน คือความร้อน ตอนเราร้อนเราไม่รู้สึก
แต่คนที่รับอารมณ์เราเขารู้สึกได้ ไม่มีใครชอบของร้อนๆ
แนะนำให้อารมณ์เย็นก่อน จะคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น

49 บางทีไม่ใช่ว่าเขาไม่รักหรอกนะ แค่เขาไม่รักเรา ตอบสนองเรา
ได้บ่อยตามเวลาและถี่ได้ตามที่เราต้องการ
และที่จริงปัญหาก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักเราหรอก
ที่แท้แล้วปัญหาคือ เรารักตัวเอง(เลยอยากให้เขามาให้เรา ตามใจเรา)
เราลืมไปว่าเรารักเขา

50 ถ้าเรายังเป็นตัวตนแบบเดิมๆ  ชีวิตก็จะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ถ้าเราเจอกับปัญหาเดิมๆ แก้ไขปัญหาและความทุกข์ด้วยวิธีเดิมๆ
แล้วไม่พบทางออก หรือประสบความสำเร็จเสียที
บางทีอาจเป็นเพราะว่าเราเดินผิดทาง การเปลี่ยนแปลงตนเอง
จะมีผลกระทบให้สิ่งต่างๆรอบตัวเปลี่ยนไปในทิศทางใหม่ๆ
การพบข้อด้อยของตนเอง และสามารถเปลี่ยนแปลงตนเอง
ไปในทางที่ดีเท่าไหร่ จะทำให้ชีวิตดียิ่งขึ้นเท่านั้น

51 วงจร

อยากได้ความรักแต่รักไม่เป็น=>เรียกร้อง=>ไม่มีใครรักเราได้
เพราะอยู่ด้วยแล้วทุกข์=>อยากได้ความรักเพิ่มขึ้นแต่ก็รักไม่เป็น
=>เรียกร้องมากขึ้น=>ไม่มีใครรักเราได้
เพราะอยู่ด้วยแล้วทุกข์มากขึ้นๆ=>…แก้วงจรทุกข์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ด้วยการเริ่มรักให้เป็น รักตัวเราให้เป็น รักคนอื่นให้เป็น:)

52 ข้อแรก ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เขาไม่รักเรา
ปัญหามันอยู่ที่เราอยากให้คนๆนี้รักเรา
ข้อสอง ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรารักเขา
ปัญหามันอยู่ที่เรารักตัวเองเลยทุกข์
พอรู้เข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่เรา มันจะง่ายกว่าการที่รู้สึกว่าปัญหา
อยู่ที่คนอื่น จะได้ไม่ไปพยายามทำให้เขาเปลี่ยน
แต่หันมาเปลี่ยนตัวเอง ถึงมันจะไม่ง่าย แต่ก็มีความเป็นไปได้
และง่ายกว่ามาก และไม่เป็นการก่อกรรมเพิ่ม

53 ความรู้สึกรักคือ….เย็น สว่าง ร่าเริง สงบ อ่อนโยน
ความรู้สึกนี่แหละที่ช่วยสลายความทุกข์ในใจผู้อื่น
ความรู้สึกแบบนี้แหละคือความรักและเป็นที่มาให้ใครๆรัก

54 คนรักไม่ใช่ที่มาของความสุข การรู้จักรัก การรู้จักคิด
และกรรมของเราต่างหากที่เป็นที่มาของความสุข

55 การอ่านธรรมะและข้อคิดดีๆไม่ได้ช่วยให้เราพ้นทุกข์
หรือมีความรักที่ดี เป็นเพียงแต่การบอกวิธี ให้เราละเหตุแห่งทุกข์
สร้างเหตุแห่งสุขตามที่ต้องการ ทาน การให้ความสุขผู้อื่น
ช่วยให้ผู้อื่นมีความรักที่ดีคือการสร้างเหตุที่ดี
ศีล การเห็นจุดบกพร่องของตนเอง กรรมที่ส่งให้ทุกข์คือ
ละเหตุแห่งทุกข์(ให้ตรงจุดคือแก้จากทุกข์ที่เผชิญอยู่
ผลอย่างไรเหตุทำไว้อย่างนั้น)
การภาวนาคือสำรวจตรวจสอบฝึกตนเองให้เห็นตนเอง เข้าใจความจริง

56 เวลาที่คิดว่าอยากแนะนำให้ใครทำอะไรทำแล้วดี
มองให้เห็นความต่างระหว่างการเริ่มต้นมาจากเจตนาที่เมตตา
กับเจตนาไม่พอใจเลยพูดให้ทำนะ จุดเริ่มมันต่างกันมาก
ผลก็ต่างกันมากด้วย

57 ถ้าเรารักตัวเองเป็น ดูแลตัวเองได้ อยู่คนเดียวก็มีความสุข
มีคู่ก็ร่วมกันสุข ร่วมกันสร้างได้ ไม่มีข้อเสียที่ตรงไหน
แต่ถ้าเรารักตัวเองไม่เป็น ดูแลตนเองไม่ได้ อยู่คนเดียวก็มีทุกข์
มีคู่ก็ทำให้อีกคนมีทุกข์ เป็นภาระ ไม่มีข้อดีตรงไหน

58 ลองสังเกตดูว่าเวลาเป็นห่วงใครมันจะเป็นภาระในใจเรา
และในบางครั้งจะกลายเป็นเพิ่มทุกข์ให้อีกฝ่ายด้วย
ความเป็นห่วงลักษณะนี้จะมีหน้าตามาพร้อมกับความเครียด
ความไม่สบายใจ ความเศร้า ความโกรธ เป็นต้น แตกต่างจาก
ความปรารถนาดีที่มีความพร้อมจะช่วยแต่ใจไม่ทุกข์ ไม่แบก
ใจที่ไม่เป็นทุกข์พร้อมเผื่อแผ่ความสุขต่างหาก
ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ คิดหาทางออกให้ได้จริงๆ

59 ถ้าเราร้องไห้ยี่สิบนาที เราจะเสียเวลาไปยี่สิบนาที
เสียน้ำตาไปหอีกหนึ่งขวดแบรนด์ ถ้าเราปล่อยให้ทุกข์และคิดมาก
วันละสองชั่วโมง เราจะเสียเวลาไปเปล่าๆวันละสองชั่วโมง
ถ้าเราเอาเวลายี่สิบนาทีมาคิดดีๆว่าเราต้องปรับเปลี่ยนตัวเองที่ตรงไหน
และใช้เวลาวันละสองชั่วโมง มาลงมือทำอะไรดีๆ
เราจะมีเวลาที่มีความสุขมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต

60 มันสำคัญว่าใจ2คนเดินไปด้วยกัน/พร้อมกันหรือเปล่า
กายอยู่ห่างใจอยู่ใกล้ก็เหมือนอยู่ใกล้
กายอยู่ใกล้ใจอยู่ห่างก็เหมือนอยู่ห่าง

61  มันมีความต่าง…ไม่ตามใจ ไม่ได้แปลว่าต้องบังคับ
ไม่อยากให้ความหวัง ไม่ได้แปลว่าต้องตั้งใจทำให้ทุกข์
ไม่อยากทำให้ผู้อื่นทุกข์ ไม่ได้แปลว่าต้องเบีบดเบียนตัวเอง
อยากให้ผู้อื่นมีความสุข ไม่จำเป็นต้องตามใจไปเสียทุกเรื่อง
ให้อภัย ไม่ได้แปลว่าต้องยอมให้เค้าทำผิดซ้ำๆ
ไม่รัก ไม่ได้แปลว่ต้องเกลียด มันมีความต่าง…

เมื่อรักหมายถึงห่วงใย

เคยมีใครถามผมว่า…ความรักคืออะไร?
ผมคิดว่าวันนี้ผมมีคำตอบให้แล้วล่ะ…

คำที่ใช้แทนคำว่า “ความรัก” ได้ดีที่สุดน่าจะเป็นคำว่า “ใส่ใจ”
เพราะคนเราบางครั้ง….ก็ต้องการมีใครซักคน มาคอยใส่ใจเราบ้าง

หากคุณคิดที่จะบอกรัก หรือ รู้สึกว่าตัวเองเริ่มที่จะรักใครซักคน
ลองถามตัวเองดูว่า…คุณใส่ใจเค้ามากน้อยแค่ไหน?

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความเอาใจ
หากคนรักของคุณจำได้ขึ้นใจว่า…คุณเคยพูดว่าอยากได้อะไร
แล้วเค้าหาซื้อของชิ้นนั้นให้   ไม่ใช่สักแต่ว่าจะซื้อ เพียงเพื่อเอาใจ
นั่นแหละถึงเรียกว่า…ความใส่ใจ

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความหึงหวง
หากคนรักของคุณโทรหาคุณทุกคืน
ถามว่า…กลับถึงบ้านหรือยัง  เพียงเพราะเค้าเป็นห่วง
ไม่ต้องการให้คุณได้รับอันตรายในยามดึก ไม่ใช่กลัวว่าคุณจะไปกับคนอื่น
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

หากคุณทะเลาะกับคนรัก  แต่แล้ววันรุ่งขึ้น…
คนรักของคุณยังโทรมา…แสดงความเป็นห่วงในเรื่องต่างๆ
เหมือนทุกๆวัน  ทั้งๆ ที่ยังไม่หายโกรธ
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

หากคนรักของคุณยอมสละเวลาทำบางสิ่ง  
เพียงเพื่อช่วยทำในสิ่งที่คุณขอ
นั่นแหละเรียกว่า…ความใส่ใจ

ความใส่ใจ…ไม่ใช่…ความมีน้ำใจอย่างเดียว   
หากแต่มีความถนอมน้ำใจด้วย
หากคนรักของคุณทำอะไรเพื่อคุณด้วยความตั้งใจ แต่…คุณกลับไม่ชอบมัน
คิดไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูดอะไรออกไป
“ใส่ใจ” ในความรู้สึกของเค้าด้วย

หากคุณต้องเดินทางไกล
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาถามว่า…
“ถึงหรือยัง”   “ปลอดภัยดีไหม”  ….. “เหนื่อยไหม”

หากคุณต้องปฏิบัติภารกิจสำคัญ
ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องเรียน
มันจะรู้สึกดีเอามากๆ ถ้าคนรักของคุณจำได้
และโทรมาบอกว่า…
“โชคดีนะ”    “ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้”

หากคุณต้องขับรถคนเดียว  มันจะรู้สึกดีเอามากๆ
ถ้าคนรักของคุณโทรมาบอกว่า…
“ขับรถดีๆ นะ”

ความใส่ใจ  กับ ความเกรงใจ  คล้ายกันในหลายๆ ด้าน
คุณอาจคิดว่า ยิ่งคบกันสนิทสนมกันมากเท่าไหร่ ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันให้มากนัก
แต่ความจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น 

เพราะยิ่งสนิทกันมากเท่าไหร่  ยิ่งต้องเกรงใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
ความเกรงใจเป็นสิ่งดี  และเป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันยั่งยืน

เห็นไหมล่ะว่าไม่ยากเลย ที่จะแสดงความใส่ใจต่อใครซักคน
แล้ววันนี้…คุณใส่ใจคนรักของคุณแล้วหรือยัง

รักเธอทุกลมหายใจ

ในวันนั้น ผมตั้งใจจะบอกสิ่งที่ผมปกปิดเธอมานานให้เธอได้รับรู้
แต่บางทีคำ ๆ นั้นอาจจะทำร้ายจิตใจของเธอหรือใครหลายๆ คน
แต่ผมก็อยากจะพูดออกไป ก่อนจะสายเกินไปก่อนที่จะไม่ได้พูดอะไรตอนจากกัน

ผมรู้จักเธอมาตั้งนานแล้วตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กมัธยม
เราไม่เคยมีความลับต่อกัน ถึงมันอาจจะฟังดูไม่น่าเชื่อ
แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ว่าผมไม่เคยมีความลับกับเธอเลย

พอจบมัธยมเราต่างก็แยกย้ายกันไป เธอเป็นคนเรียนเก่ง ฉลาด น่ารัก ใครๆ ก็รักเธอ
โดยเฉพาะหนุ่ม ๆ ที่คอยตามเอาใจเธอไม่เว้นแต่ละวัน
ผมไม่มีอะไรจะเด่นเท่ากับเธอซักอย่าง ผมเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ
แต่เธอคอยดูแลผมเมื่อผมมีปัญหา

ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมคิดว่ามันเป็นอะไรที่เกินเอื้อม
ทุกครั้งที่ผมคิดถึงเธอ ผมก็ได้แต่นั่งเขียนเรื่องราวของเธอ
เพราะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะเทียบกับเธอ

ผมไม่ได้ต้องการให้เธอมาสนใจผมแล้วเข้าใจความรู้สึกของผม
สำหรับผมแล้วการที่ได้เฝ้าคิดถึงเธอมันก็พอแล้ว

แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา
แนะนำกับผมว่า นี่แหละชายในฝันของเธอ หัวใจของผมเหมือนโดนมีดกรีดเป็นทางยาว
ผมไม่ต้องการให้เธอรู้หรอกว่าวันนั้นที่ผมพูดอวยพรในความรักของเธอ
ผมเสียใจขนาดไหน แต่ผม ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกผิดเพราะผม

นับจากวันนั้นผมมองโลกเป็นความมืด ไม่ต้องการจะทำกิจกรรมใดๆเหมือนอย่างเคย
ไม่ต้องการ..ผมต้องการแต่เพียงเธอ ซึ่งผมรู้มาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้
นี่เองที่เค้าเรียกว่าอกหัก… “ผมอกหัก” ในหัวผมมีเพียงคำๆ นี้ดังอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมา

หลังจากนั้นไม่นานพ่อผมบอกให้ผมไปศึกษาต่อที่อเมริกา ผมคิดถึงเพียงแต่เธอ
แต่ถึงผมบอกเธอไป เธออาจจะไม่สบายใจ ผมไม่ต้องการให้เธอรู้สึกไม่ดีใด ๆ กับผม
อย่างน้อยแค่เธอยังยิ้มเหมือนทุกครั้งที่เธอคุยกับผม แค่นั้น…ก็พอแล้วสำหรับผม

วันเวลาผ่านไปอย่างไร้ความหมาย ผมใกล้จะไปอเมริกาแล้ว
ผมอยากจะเจอเธออีกครั้ง ผมคิดมาตลอดว่าวันที่ผมเจอเธอก่อนไป
ผมอยากจะบอกเธอในบางสิ่ง แม้ว่าเธอจะมีใคร แค่เธอรู้ว่าผมก็คือคนหนึ่ง
ที่อยากดูแลเธอ

ระหว่างที่ผมนั่งเขียนเรื่องราวของเธอ โทรศัพท์ดังขึ้นจากข้างๆ โต๊ะเขียนหนังสือของผม
เรื่องที่ผมได้รู้จากโทรศัพท์ทำให้ผมต้องลุกจากโต๊ะและต้องไปพบเธอเดี๋ยวนี้

เธอโทรมาบอกว่าเธอเลิกกับแฟนผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมไปบ้านของเธอ
ผมตั้งใจจะไปบอกเธอเพียงแค่ปลอบใจเธอ และบอกกับเธอว่าจะไม่มีผมคอยดูแลแล้ว
ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ แทนผมด้วย

ผมไปถึงหน้าบ้านของเธอ ผมพยายามทำตัวปกติที่สุดให้เหมือนทุกครั้งที่เจอเธอ
เมื่อผมเปิดประตูเข้าไปหาเธอ ผมสังเกตใบหน้าของเธอ ใบหน้าของคนที่ผมเป็นห่วง
มาตลอดผมปลอบเธอจนเธอได้สติ เธอบอกผมถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้เธอคงไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากชายคนนั้น…

ผมอยากบอกเธอ อยากโอบกอดเธอ อยากบอกเธอว่าความห่วงใยที่ผมมีให้เธอ
ไม่ได้แพ้ใครเลย ผมอยู่กับเธอจนเธอสบายใจ เธอบอกผมว่า
ผมเป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุด …

ผมอยากอยู่กับเธอให้นานกว่านี้ แต่ตอนนี้ผมต้องไปแล้ว
ผมรู้..ว่าตอนนี้ผมไม่ควรบอกเธอ แค่เธอเป็นอย่างที่เป็นตอนนี้
ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ “เพื่อน” ได้ดีแล้ว ผมบอกกับเธอก่อนไป
“ ผมต้องไปเรียนอเมริกา”

น้ำตาของเธอไหลออกมา ผมรู้ว่าเธอเสียใจแต่เธอไม่ได้เหนี่ยวรั้งผม
เธออยากให้ผมมีอนาคตที่ดี เธออยากให้ผมทำในสิ่งที่ผมต้องการ..
ทั้งๆ ที่ผมรู้ว่าตอนนี้เธอต้องการคนปลอบใจ แต่ผมต้องไปแล้ว
ตลอดระยะเวลาที่ผมจากเธอมา ผมไม่เคยมีวันไหนที่ตื่นมาแล้วไม่คิดถึงเธอ
ไม่มีคืนไหนที่ผมไม่เห็นเธอในความฝัน

จนกระทั่งผมสำเร็จการศึกษา ผมกำลังจะกลับไปหาเธอ
กลับไปหาสิ่งที่ผมคิดถึงมาตลอด กลับไปหาความฝันของผม
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ” เสียงที่ผมต้องการได้ยินมาตลอด
ภาพที่ผมปราถนาจะเห็นมากที่สุด เธอไม่เปลี่ยนไปเลย
เธอยังคงน่ารักมีเสน่ห์เหมือนน้ำหล่อเลี้ยงใจของผมเช่นเคย

เธอพาผมไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ที่เราเคยไปกัน
ที่ ๆ เรามีอดีตที่สนุกสนานด้วยกัน ที่ๆ เราเคยยิ้มเคยหัวเราะด้วยกัน
เราเที่ยวด้วยกันจนดวงอาทิตย์จางหายไป

เธอมองผมแล้วพูดว่า “เรารักเธอนะ” มันเป็นคำพูดที่ผมใฝ่ฝันอยากได้ยินมาตลอดชีวิต
เธอกอดผมไว้แน่นเหมือนกับอยากบอกว่าอย่าจากเธอไปไหน
เวลานี้ผมไม่ต้องการอะไรนอกจากเธอ แค่เธอรักผมผมไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากนี้
ความลับที่ผมอยากบอกเธอมานานแสนนาน “เราก็รักเธอ และเราจะรักเธอตลอดไป”
ผมตอบอย่างไม่ลังเลเพราะคำๆ นี้ที่ค้างใจของผม เตือนผมเสมอว่าต้องกลับมาบอกกับเธอ

เธอบอกผมในทุกเรื่อง เธอบอกผมว่าเธอคิดถึงผมมาตลอดเวลาสี่ปีที่ผมจากเธอไป
ผมได้แต่ย้ำกับเธอว่าผมจะไม่ทำให้เธอเสียใจ ผมจะอยู่กับเธอ
จะเป็นคนที่อยู่กับเธอทุกเวลา เธอกอดผมพร้อมทั้งพูดเรื่องราวทุกอย่าง
เสียงของเธอค่อย ๆ เบาลง แต่ผมยังคงจดจำทุกคำพูดของเธอ

“เรารักเธอมาตลอดนะเราดีใจที่วินาทีนี้เราได้อยู่กับเธอ” นั่นเป็นคำพูดสุดท้าย
ก่อนที่ดวงตาของเธอจะหลับลงพร้อมกับน้ำตาหยดเล็กๆ ที่ไหลลงมา ..
กว่าที่ผมจะรู้สึกตัวนั้นมันก็สายเกินไป

ระยะเวลาหลายปีที่ผมนั่งมองรูปของเธอ ผมพยายามจะเก็บความรู้สึกทุกครั้ง
ที่ผมมองรูปเธอ แต่..ทุกครั้งที่ผมมองเธอภาพเธอละเลือนลาง
เพราะน้ำตาของผมมันออกมาตลอดเวลาที่ผมมองเธอ

เธอคนเดียวที่ผมรัก เธอคนเดียวที่ผมคิดถึง เธอคนเดียวที่ผมอยากบอกเธอทุกวันว่า
ผมรักเธอมากแค่ไหน แต่เธอไม่เคยบอกผมเลยว่าเธอ เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
กว่าจะรู้สึกตัวก็สายเกินไปแล้ว

นี่คงเป็นสาเหตุที่แฟนเก่าของเธอของเลิกกับเธอ แต่เธอไม่เคยบอกเหตุผลนั้น
ให้ผมได้รับรู้ เธอคงอยากให้ผมไปเรียนอย่างไม่ต้องกังวล โดยเก็บความทรงจำดี ๆ
ของเราเอาไว้ก่อนที่เธอจะจากไป ผมยังคิดถึงเธอตลอดเวลา

และนับจากวันนั้นผมยังไม่เคยหยุดเขียนเรื่องราวของเธอ
เธอ…เธอผู้ที่ผมรัก “เราจะรักเธอมาตลอดนะเราดีใจที่วินาทีนี้เราได้อยู่กับเธอ”
คำ ๆ นี้จะสถิตย์อยู่ในใจของผมตลอดไป ตลอดไป…ตลอดไป

ปล. ถ้ารักใครอย่ารอจนเวลาของคุณใกล้หมด บอกเธอว่ารักอาจจะทำให้เธอลำบากใจ
แต่มันช่วยให้รู้ว่าคุณก็ยังเป็นคนที่ห่วงใยเค้า แค่นั้นก็พอแล้ว
ถ้าคุณเชื่อมั่นว่ารักของคุณคือรักแท้ ……….

เมื่อ “รักเรา” ไม่ใช่ที่หนึ่ง

การไม่ได้เป็นที่ “หนึ่ง” ในใจคนที่เรารักนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสมอไป
การเป็นที่สอง ในใจเขานั้น ย่อมดีกว่าการเป็นที่สาม ที่สี่
หรือถึงแม้ว่า . . . เราจะเป็นที่สุดท้าย แต่มันก็ยังดีกว่า
การที่เราไม่ได้อยู่ในใจเขาคนนั้นเลยไม่ใช่หรือ

จงยิ้มให้ความรัก และ รักต่อไปเถอะ แม้ว่า . . . รักนั้นอาจไม่ใช่ที่หนึ่ง
จนกว่าที่เรา จะบอกกับตัวเองว่า . . .
“เราทนอีกต่อไป ไม่ได้แล้ว เราเหนื่อยกับรัก ที่เป็นเช่นนี้เหลือเกิน”

การรักใครสักคนนั้น . . . ง่ายกว่าการตัดใจ จากใครสักคนนัก
การสบตา จากใครสักคนนั้น . . . ย่อมมีความสุข กว่าการหลบตาใครสักคน เป็นแน่แท้

จะมีสักกี่คน ที่สามารถทำให้เรายิ้มได้ . . .  อย่างสุดหัวใจ และเศร้าได้อย่างสุดหัวใจ

อย่า . . . โทษเขา ที่ไม่ได้รักเรา
อย่า . . . โทษพรหมลิขิตที่ทำให้เราเจอกัน แต่ไม่ได้ทำให้เรารักกัน
อย่า . . . โทษหัวใจตัวเองที่ไปรักเขา
อย่า . . . โทษกาลเวลาที่ทำให้เราเจอกันช้าไป

จงมีความสุข และยิ้มให้กับสิ่งต่าง ๆ เถอะ ยิ้มให้กับคนที่เขาไม่รักเรา . . .
เพราะอย่างน้อยเขาก็คือ คนที่ได้รับความรักจากเรา

ยิ้มให้กับพรหมลิขิต ที่ทำให้เราเจอกันถึงแม้เราจะไม่ได้รักกัน . . .
เพราะอย่างน้อยพรมลิขิต ก็ยังได้ทำให้เราได้รู้จักกัน

ยิ้มให้กับหัวใจตัวเอง ที่ไปรักเขา . . .
เพราะอย่างน้อยหัวใจของเรา ก็ยังได้เรียนรู้กับความรัก

ยิ้มให้กับกาลเวลา ที่ทำให้เราเจอกันช้าไป . . .
เพราะอย่างน้อย ก็ยังทำให้เราได้เจอกัน

เราควรดีใจไม่ใช่หรือ ที่อย่างน้อยเรายังยิ้มให้กับคนที่เรารักได้

คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา

คนที่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา (ใยไหม)

ปล่อยให้คนที่รักมีชีวิตของเขา… อยู่บนเส้นทางของเขา… กับคนของเขา…
ในขณะที่ความรักของเราที่มีต่อเขาก็ดำเนินต่อไปอยู่ในใจของเราเอง…
ให้ความถูกต้องยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง… ให้ความรักงดงามอยู่ในหัวใจ…ตลอดไป

มีบางครั้งในชีวิต ที่เราเกิดรู้สึกประทับใจใครสักคน
ในเวลาที่เราไม่อาจจะทำอะไรได้  แม้มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย…

เพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่เราจะพบใครคนหนึ่ง
ที่สามารถตอบตัวเองได้ว่า “เป็นคนที่ตามหามาตลอด”
และมันก็ยากพอ ๆ กับการตัดใจ

ความรัก…เป็นความรู้สึกที่บางครั้ง ก็อยู่นอกเหนือการควบคุมของความคิด
เราจึงสามารถรู้สึกได้ รักได้โดยใช้หัวใจรัก

แต่ขณะเดียวกัน การแสดงออก และการกระทำต่าง ๆ นั้น
กลับต้องใช้ “หัวใจ” และ “สมอง” ไปพร้อม ๆ กัน

หัวใจ…จะคอยบอกว่าเรารักได้ เพราะมีสิทธิ์ที่จะรัก
สมอง…จะบอกว่ารักแล้ว จะสามารถแสดงออกได้แค่ไหน

คนบางคนเกิดมาเพื่อให้เรารัก แต่ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นของเรา
ทำได้ไหม รักในแบบไม่เรียกร้อง ไม่ต้องการอะไร
รักเพราะรู้สึกรัก…เพราะว่ารักเต็มตื้นอยู่ในหัวใจ

ปล่อยให้คนที่รักมีชีวิตของเขา อยู่บนเส้นทางของเขา กับคนของเขา
ในขณะที่ความรักของเราที่มีต่อเขาก็ดำเนินต่อไปอยู่ในใจของเราเอง
ให้ความถูกต้องยิ่งใหญ่อยู่ในสมอง ให้ความรักงดงามอยู่ในหัวใจ…ตลอดไป

Previous Older Entries