รวมเรื่องขำๆ เอามาให้อ่านกัน

เรื่องที่ 1:
โทรเลขถึงแม่ “ขอเงินซื้อชุดใหม่ชุดที่มีใส่เที่ยวกับแฟนครบหมดแล้ว… จากลูก”
โทรเลขถึงลูก “หาแฟนใหม่ ใส่ชุดเดิม… จากแม่”

เรื่องที่ 2:
หมอแนะนำคนไข้นอนไม่หลับว่า “พอเอนหลังลงนอนก็เริ่มนับไปเรื่อยๆ”
” เคยทำแล้วครับแต่ไม่ได้ผล คือว่าผมเป็นนักมวยเก่า พอนับถึงเก้าก็สะดุ้งตื่นทุกที”

เรื่องที่ 3:
“ขอนัดคุณหมอหน่อยครับ หมู่นี้ผมหน้ามืดบ่อยๆ
ไม่รู้มีปัญหาเรื่องความดันหรือเปล่า” “วันศุกร์หน้าบ่ายสองนะคะ”
“นานยังงั้นเชียวหรือ ขอเป็นวันสองวันนี้ไม่ได้หรือ”
” ไม่ได้จริงๆค่ะ คิวแน่นมากเลยค่ะ ต่อให้มีคนยกเลิกนัด
อย่างมากก็เร็วขึ้นวันสองวันเองค่ะ”
“งั้นนเลยเรอะ… เออ…แล้วนี้ถ้าเกิดผมตายก่อนจะถึงวันนัดจะทำไงดีฮึ”
“กรุณาโทรมาแจ้งด้วยนะคะ จะได้เลื่อนคิวคนข้างหลังมาแทนคุณได้ค่ะ!!!”
“……”

เรื่องที่ 4:
ชายหนุ่มอ่านหนังสือพิมพ์ พบเรื่องของนักแสดงสาวสวยแต่งงานกับนักกีฬาที่มี
ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ไอคิวต่ำเหลือหลาย เขาจึงหันไปพูดกับภรรยาว่า
” ทำไมผู้ชายโง่ๆ ถึงได้เมียสวยนะ”
“จะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ แต่ขอบคุณนะที่ชม” ภรรยากล่าว

เรื่องที่ 5:
เรื่องของคุณลุงคนนึง แกทำงานอยู่ กทม. ใกล้จะเกษียณแล้วล่ะ
วันหนึ่งก็มารอรถเมล์จะกลับบ้าน รออยู่คันแล้วคันเล่ารถก็ดูเต็มทุกคัน
แกรออยู่ตั้งนาน เวลาก็ค่ำลงๆ ก็มีอยู่คันหนึ่ง ทำท่าว่าจะจอดรับ แต่ก็ไม่จอด
แต่ลุงแกนึกว่าจะจอดก็ค่อยๆ วิ่งไล่ตามแกวิ่งไล่ตามไปเรื่อยๆ เผลอไปสักพักใหญ่
….เฮ้ย …..ถึงบ้านแล้วนี่หว่า แกดีใจ เออดี …..ไม่ต้องเสียค่ารถเมล์สามบาท
แกดีใจ ใหญ่เลย กลับไปเล่าให้เมียฟัง

ลุง : นี่เธอจ๋า .. วันนี้พี่วิ่งไล่ตามรถเมล์มานะ ถึงบ้านพอดี ตังค์ก็ไม่ต้องเสียตั้งสามบาทล่ะ
เมีย : (พอได้ยินแทนที่จะดีใจไปด้วยกลับด่าส่ง)…ไอ้แก่จะตายแล้วยังจะโง่อีก
ลุง : อ้าวมาด่าชั้นทำไมล่ะ เมีย : นี่ถ้าแกวิ่งตามแท็กซี่ แกรู้มั้ย ประหยัดได้อีกตั้งเท่าไหร่

เรื่องที่ 6:
รถแท็กซี่คันหนึ่ง รับผู้โดยสารมาจากสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นคนจาก 3 ประเทศ
โดยทั้ง 3 คนพูดคุยโวกันเรื่องประเทศของตน สร้างอาคารอย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น

คนอเมริกันก็พูดว่า สะพานโกลเด้นเกตของตนสามารถสร้างเสร็จภายใน 3 เดือนเท่านั้น
คนญี่ปุ่นก็พูดว่า หอโตเกียวคนญี่ปุ่นสร้างเสร็จตใน 7 วัน แค่นั้นเอง
คนสุดท้าย เป็นคนจีนฮ่องกง คุยทับไปอีกว่า สนามบินใหม่ของฮ่องกง
ใช้เวลาสร้างจริง ๆ แค่ 5 วันก็เสร็จ

โชเฟอร์พอรู้เรื่องเข้าก็คันปากอยากคุยทับบ้าง แต่ไม่สบโอกาส จนรถแท็กซี่ขับมาถึง
อนุสาวรียชัยสมรภูมิ ชาวต่างชาติทั้ง 3 ก็ถามแท็กชี่ว่า เฮ้ ยู นั่นอะไร
แท็กซี่ได้ที เลยตอบกลับไปหน้าตายว่า ” ไม่ทราบครับ เมื่อครึ่งชั่วโมงผ่านมานี่
ผมขับรถมาทางนี้ ยังไม่เห็นเลย สงสัยเพิ่งสร้างเสร็จ”

เรื่องที่ 7:
คางคกเป็นสัตว์ที่ข้ามถนนตอนกลางคืนไม่เก่ง จะถูกรถทับตายเป็นจำนวนมาก
มีคางคกตัวหนึ่งต้องการข้ามถนนเป็น จึงไปปรึกษากระต่าย เพราะกระต่ายข้ามถนน
ตอนกลางคืนเก่งมาก (ข้ามกลางวันถนนมันร้อน)

คางคก: กระต่ายๆ ช่วยสอนเราข้ามถนนตอนกลางคืนหน่อยซิ
กระต่าย: ได้ วิธีข้ามก็คือตอนข้ามไปถ้าเห็นแสงไฟสองดวงส่องมาให้กระโดดไป
อยู่ระหว่างไฟสองดวงนั้น แล้วก้มหัวให้ต่ำ พอแสงไฟผ่านไปก็กระโดดต่อไปได้
คางคก: คืนนี้กระต่ายลองทำให้ดูหน่อยได้หรือเปล่า
กระต่าย: ได้ซิ ว่าแล้วคืนนั้นกระต่ายกับคางคกก็ไปที่ถนนกัน กระต่ายข้ามให้ดูก่อน
กระต่ายกระโดดไป พอแสงไฟสองดวงมา กระต่ายก็เข้าไปอยู่ระหว่างแสงไฟสองดวงนั้น
แล้วก้มหัวให้ต่ำ แสงไฟก็เลยผ่านหัวไป แล้วกระต่ายก็ข้ามถนนผ่านไปได้

พอมาถึงตาคางคกบ้าง คางคกกระโดดไปกลางถนน เห็นแสงไฟสองดวงมาก็เข้าไป
อยู่ระหว่างแสงไฟสองดวงแล้วก้มหัวให้ต่ำ อย่างที่กระต่ายสอน
พอแสงไฟเข้ามาใกล้ก็มีเสียงดัง “แบะ” แล้วก็เลยไป ปรากฏว่าคางคกแบนติดถนน

เมื่อกระต่ายเห็นดังนั้น ถึงกับถอนหายใจ และส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า
“เจ้าคางคกเอ๋ย ซวยจริง ลองครั้งแรกก็เจอตุ๊กตุ๊กซะแล้ว”

เรื่องที่ 8:
มีDoctor คนหนึ่งทำการทดลองเรื่องกบ โดยเขาสั่งให้กบกระโดด
กบก็กระโดด ต่อมาเขาตัดขากบออก 1 ขา แล้วสั่งให้กบกระโดดกบก็กระโดด
แล้วเขาก็ตัดขาออกอีกเรื่อยๆจนเหลือ 1 ขา เขาก็สั่งให้กระโดด
กบก็กระดึ๊บไปได้หน่อยนึง แล้วพอเขาตัดขาออกทั้ง 4 ข้าง แล้วก็สั่งกระโดด
กบก็ไม่กระโดดเพราะไม่มีขา แต่ Doctor คนนั้นสรุปผลการทดลองว่า
กบเมื่อโดนตัดขาออกทั้ง 4 ข้าง จะทำให้หูหนวก

เรื่องที่ 9:
เรื่องมันมีอยู่ว่า หมา หมู และเป็ด เป็นเพื่อนกันมาช้านานวันหนึ่งหมูนัดหมา
ไปกินเหล้าที่ผับแห่งหนึ่ง พอหมามาถึงเห็นหมูนั่งอยู่ตัวเดียวก็สงสัยทำไมเป็ดไม่มาด้วย
จึงถาม หมา : เฮ้ย ไอ้หมู ทำไมไอ้เป็ดถึงยังไม่มาวะ
หมู : ข้าไม่ได้ชวนมันว่ะ
หมา : เอ็งทำอย่างนี้ไม่ดีนา มากันแค่เราสองตัว
เดี๋ยวไอ้เป็ดรู้มันเสียใจแย่

หมู : เสียใจก็ช่างมัน เพราะข้าตั้งใจจะเลิกคบมันอยู่แล้ว
หมา : อ้าวทำไมล่ะแก เพื่อนกันใจเย็นๆก่อนดีกว่า
ไหนเล่ามาซิมีเรื่องอะไรกะไอ้เป็ดมันวะ

หมู : วันก่อนข้าชวนมันไปกินเหล้า พอมาถึงร้านเหล้าข้ายังไม่ทันได้กินเหล้าเลย
มันก็พูดขึ้นว่า กับ กับ กับๆๆๆๆๆๆ ไปไหนไม่ทันได้ทำอะไร มันชวนกลับลูกเดียว
เซ็งว่ะ ก็เลยเป็นที่มาของ เซ็งเป็ด!

เรื่องที่ 10:
เจ้านายหน้าขรึม พา ผจก.ฝ่ายบุคคล และเลขานุการ ไปทานข้าวเที่ยงในร้านอาหาร
ที่ตกแต่งแบบโบราณ ในช่วงขณะที่รออาหารอยู่นั้น… ผจก. ฝ่ายบุคคลได้เอามือ
ไปถูกาน้ำรูปร่างประหลาดบนโต๊ะเล่น และในทันใดนั้นเองก็มีควันพวยพุ่งออกมา
แน่นอนว่าตามท้องเรื่อง ตามนิทานเก่าแก่ มันจะต้องมียักษ์จินนี่ปรากฎกายออกมา
แล้วพูดว่า ‘ เราจะให้พรสามประการแก่พวกท่าน แต่เนื่องจากพวกท่านมากันสามคน
จงแบ่งพร คนละข้อ’

ผจก.ฝ่ายบุคคลผู้อ่อนล้ายกมือ แล้วรีบพูดว่า ‘ ผมก่อน ผมก่อน!
ขอให้ผมได้ไปใช้ชีวิตสงบๆบนเกาะสมุยซัก 2 สัปดาห์ ‘ จากนั้น
ฟุ่บ!…..ร่างของเขาก็หายวับไปกับตา

และในเพียงชั่วเสี้ยววินาทีต่อมานั้น เลขานุการสาวรีบชิงฉวยโอกาศขอพรเป็นคนต่อไป
เธอพูดว่า ‘ ขอให้ฉันกลายเป็นสาวไฮโซ ผู้ร่ำรวยที่สุดในโลก ‘ และแล้ว …….
ฟุ่บ!….. ร่างของเธอก็หายวับไป….ต่อหน้าต่อตาเจ้านาย

เจ้านายจอมบ้างานย่นคิ้ว หน้าตาไม่พอใจ ก่อนจะเอ่ยออกไปว่า….
‘ตาฉันบ้างล่ะ …… ฉันขอให้ไอ้สองคนตะกี้ กลับมาทำงานตอนบ่ายโมงตรง
‘ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า……ควรปล่อยให้เจ้านายของคุณ….พูดก่อนเสมอ

เรื่องที่ 11:
มีผู้ชาย 3 คน คนแรกเป็นนักปรัชญา คนที่สองเป็นนักคณิตศาสตร์
คนสุดท้ายเป็นคนโง่ อยู่มาวันหนึ่ง 3 คนนี้ นั่งรถไปเที่ยวด้วยกัน แล้วระหว่างทาง
รถเกิดไปชนเข้ากลางทางทำให้ทั้ง 3 ตายหมด วิญญาณทั้ง 3 จึงต้องไปหายมบาล
พอไปถึงยมบาลก็บอกว่าให้แต่ละคนถามคำถามมาคนละข้อ
ใครถามคำถามที่ข้า(ยมบาล) ตอบไม่ได้ จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่ถ้ายมบาลตอบได้
คนที่ถามจะต้องลงนรก

นักปรัชญาถามเป็นคนแรกว่า ให้อธิบายความหมายของปรัชญาข้อหนึ่ง
เจ้ายมบาลตอบได้ นักปรัชญาจึงลงนรกไป

นักคณิตศาสตร์ถามเป็นคนที่สองว่า ให้คิดโจทย์เลขข้อนี้ให้ได้
ยมบาลตอบได้อีก นักคณิตศาสตร์จึงลงนรกไป

พอมาถึงคนสุดท้ายคือคนโง่ คนโง่บอกว่าก่อนถามคำถามขอเก้าอี้ที่มี 8 รู
พอได้เก้าอี้คนโง่ก็ตดออกมา แล้วถามยมบาลว่าข้าตดออกมาจากรูไหน
ยมบาลตอบว่ารูที่ 2 จากทางซ้าย คนโง่บอกว่าผิด
แล้วยมบาลก็ถามว่าถ้างั้นคำตอบคืออะไร คนโง่จึงเฉลยว่า”ข้าตดออกมาจากรูตูด”

Advertisements

Comments are closed.