แข่งทำห้องว่างให้เต็ม

๑. กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐีคนหนึ่งวางแผนจะวางมือและส่งมอบทรัพย์สินเป็นมรดก
ให้ลูกทั้งสามคน เลยเรียกลูกทั้งสามคนมาพบ แล้วบอกว่า

๒. พ่อจะแบ่งทรัพย์สมบัติให้เจ้าทั้งสามคน แต่เจ้าจะได้ไม่เท่ากัน เพราะพ่อจะ
มอบทรัพย์ส่วนที่ดีที่สุดให้กับคนที่มีปัญญาที่สุด

๓. ลูกทั้งสามก็สงสัย ถามพ่อว่า แล้วพ่อจะตัดสินยังไงว่าใครมีปัญญาดีที่สุด
เศรษฐียิ้ม แล้วให้โจทย์ว่า

๔. ถ้าคนไหนที่สามารถทำให้ห้องใต้ดินของบ้านที่ใหญ่โตนี้ เต็มได้มากที่สุด
จะถือว่าเป็นผู้มีปัญญามากที่สุด

๕. ลูกชายคนโตได้สิทธิก่อนในฐานะพี่ชาย เขาหาของต่างๆจากนอกบ้านมายัด
ใส่ห้องใต้ดินจนเต็ม แต่เพราะมันเป็นของชิ้นใหญ่ จึงมีช่องว่างมากมาย

๖. ลูกชายคนรอง ก็ทำแบบเดียวกัน แต่พยายามอุดช่องว่างด้วยการเอาผ้านิ่มๆมาอุด
แต่ก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกพอควร

๗. ลูกชายคนเล็ก ไม่เอาอะไรใส่เข้าไปในห้องใต้ดินนั้นเลย ขนของๆพี่ชายออก
จนหมด แล้วเอาเทียนไขไปปักไว้กลางห้องแล้วจุด ก็มีแสงสว่างไปทั่วห้อง

๘. เศรษฐีพอใจมากและตัดสินให้ลูกชายคนเล็กเป็นผู้ชนะ
ลูกชายคนโตและคนรอง ถึงกับงงตาแตกว่าในห้องไม่มีอะไรเลย มันเต็มตรงไหน

๙. พ่อจึงบอกว่า ก็เต็มไปด้วยแสงสว่างยังไงเล่า ลูกเอ๋ย
สว่างกระจ่างไปทั่วทุกอณูของห้องเลย

นิทานเรื่องนี้ ท่านอาจารย์ชยสาโร ต้องการสอนว่า
คนเราชอบเติมเต็มจิตใจตัวเองด้วยสิ่งของภายนอก หรือการกระทำของคนอื่น
แต่จริงๆ การมีแสงสว่างหรือปัญญาในใจต่างหาก
ที่จะเติมเต็มใจคนได้จริงๆให้อิ่มเอม และไม่รู้สึกพร่องหรือขาดหาย…
____________________________________________

คนโง่ มักใช้ชีวิตอย่างไร้เป้าหมาย
จึงว่ายไปในโลกกลมๆ แล้ววนกลับมาที่เดิม
ต้องเริ่มต้นใหม่ร่ำไปสู่อนาคตที่ไร้ทิศทาง

คนฉลาด มักตั้งเป้าหมายชีวิตยิ่งใหญ่ ท้าทาย
จึงไม่พึงพอใจกับภาวะที่ตนเป็นสักที
เพราะดูทีไรก็ยังห่างไกลเป้าหมายเสมอ

คนเจ้าปัญญา ย่อมมีเป้าหมายสูงสุดของชีวิต
และมีเป้าหมายน้อยนิดสานสู่เป้าหมายใหญ่
จึงมีบันไดแห่งความสำเร็จให้บรรลุเป็นลำดับไป
ได้กำลังใจและหรรษาไปตลอดหนทาง

Advertisements

Comments are closed.