ความรักของพี่ชาย

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี2527 ตอนนั้นเราอายุเพียง12ปี
ช่วงปิดเทอมเราไปเที่ยวกับครอบครัวและคนใกล้ชิดประมาณ12คน
หนึ่งในนั้นมีพี่ภัทร ซึ่งเป็นพี่ที่อยู่ข้างๆบ้านไปด้วย

พี่ภัทรเป็นคนที่เราและพี่ชายคุ้นเคยมาก เพราะตั้งแต่จำความได้
ก็มีพี่เขาคอยดูแลอีกคน นอกจากพ่อและแม่ ยิ่งพี่ชายของเราก็รักพี่ภัทรมากด้วย
แม่บอกว่า พี่ภัทรชอบเด็ก และรักพวกเรามาก พี่ภัทรจะมาช่วยเลี้ยงเรา
ตั้งแต่เดินเล่น ป้อนข้าว อาบน้ำ กล่อมให้นอน และแม่ก็ไว้ใจพี่ภัทรมาก

สำหรับ ฉัน และพี่ชาย พี่ภัทรเป็นทุกอย่างที่พวกเราต้องการ
“พี่รักหนูนะ” ตั้งแต่จำความได้ พี่ภัทรจะพูดคำนี้ตลอด ก่อนเราจะนอน หรือ ก่อนลา
และ”พี่รักผมนะ” เป็นคำที่พี่ภัทรพูดกับพี่โอ๊ต ซึ่งเป็นพี่ชายเราเสมอเช่นกัน

เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่กำลังกลับจากเล่นน้ำตกนี้เอง ในระหว่างทางเราเห็นปูตัวหนึ่ง
เลยเรียกพี่ภัทรมาดู ดูสักครู่ก็พากันเดินตามทางและเสียงเพื่อนๆที่ เดินนำไปก่อน
บังเอิญพี่ภัทรมองเห็นรังนกจาบ ที่ทำรังย้อยลงมา สีหญ้าแห้งและสีเขียวเต็มต้นไม้เลย
พี่ภัทรเลยเข้าไปดูใกล้ๆ เราจึงตามไปดูตอนนั้นลองนับคร่าวๆมีมากกว่า10รัง

พี่ภัทรจะถ่ายรูป แต่กลับหากล้องไปเจอ มันเป็นกล้องฟิล์มของพ่อเราเอง
พี่ภัทรบอกว่า จะกลับไปดูกล้องที่น้ำตก จะให้เราเดินกลับก่อน
แต่เราไม่กล้าเดินไปคนเดียว เลยไปกับพี่ภัทรด้วย แต่ก็หากล้องไม่เจอ
จึงคิดว่า น่าจะมีใครหยิบไปแล้ว จึงพากันเดินกลับออกไปด้วยความรีบจะไปหากล้อง

พอเดินไปสักพักหนึ่ง พี่ภัทรหันมาบอกว่า “น้องเอิง เดินย้อนกลับไปคืน เรามาผิดทาง”
พวกเราเลยเดินย้อนออกไปใหม่ “เฮ้ย ไม่ใช่ทางนี้นี่นา”
เราได้ยินพี่ภัทรพูดคนเดียว แล้วก็จับมือเราเดินกลับทางเดิมอีกรอบ ทีนี้ไปไกลเลย

เราสังเกตเห็นสีหน้าพี่ภัทรที่เปลี่ยนไป แล้วเราก็จะเดินย้อนจะกลับไปที่น้ำตกอีกรอบ
พี่ภัทรบอกว่า ถ้าพ่อแม่หาไม่เจอก็จะกลับมาหาที่น้ำตก เราจะไปรอที่นั่น
พี่ภัทรพาเดินกลับไปที่น้ำตก แต่เราก็หาน้ำตกกันไม่เจอ
ที่นี้ก็พากันตะโกนเรียก พ่อแม่ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับเลย พี่ภัทรพาเดินหาไปมา

เวลาผ่านไปเป็นบ่าย ทั้งหิวและหมดแรง และร้อนด้วย เราเริ่มกลัว
เมื่อมองเห็นสีหน้าพี่ภัทรที่กังวล พี่เข้ามากอดแล้วบอกว่า
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะพาหนูกลับออกไปให้ได้ “
พี่ถามว่า หิวไหม เราพยักหน้า
พี่ภัทรพูดว่า “พี่ขอโทษนะ ทนอีกหน่อยได้ไหม” เราพยักหน้า พูดอะไรไม่ออก

พี่เลยพานั่งพักครู่ใหญ่ แต่แล้ววันนั้นเราหาทางออกไม่ได้ ทั้งหิวและหมดแรง
เราเดินแทบไม่ไหว พี่ภัทรให้เราขี่หลังแล้วก็เดินต่อไป
จนใกล้ค่ำเราเห็นพี่ภัทร ดูหมดเรี่ยวแรง

พี่ถามว่า กลัวไหม เราเงียบ “พี่จะปกป้องหนู แล้วพาหนูออกไปให้ได้ พี่สัญญา”
แล้วพี่ก็กอดเรา พี่จูบมือแล้วบอกว่า “พี่ขอโทษนะครับ พี่ขอโทษ” น้ำตาพี่ไหลออกมา
เราได้แต่น้ำตาไหล แล้วพี่ก็บอกว่าต้องหาที่ค้างคืน ก่อนจะหลับไปด้วยความหมดแรง

พี่ภัทรถอดสร้อยหลวงปู่ดูลย์มาคล้องคอให้เรา เราได้ยินพี่อธิฐานว่า
ขอหลวงปู่คุ้มครองผมและน้องด้วยเถิด แล้วเราก็หลับไปในอ้อมกอดพี่ภัทร
บนตักของพี่ภัทร ตื่นมาอีกทีตอนดึกมากแล้ว อากาศเย็นมาก ในความมืดในป่า
เรากลัวมากเลย เราขยับหัว พี่ภัทรเลยตื่น

พี่ถามเราว่า เป็นยังไง เราบอกว่า หนาว พี่รวบขาเข้ามา แล้วกอดเรา
“ขอบคุณนะค๊ะพี่ภัทร”
“เจ้าหญิงตัวน้อยของพี่ พี่รักหนูนะ” คำพูดที่พี่พูดกับเราตั้งแต่เราจำความได้
แล้วพี่ให้เรานอน เราซุกหน้าบนอกพี่ภัทร ได้ยินเสียงหัวใจพี่เต้น ตึกๆ
พี่แนบคางบนหัวเรา แล้วกอดเราแน่น

ทีนี้ตื่นมาอีกทีก็เช้า เรามีอาการปวดหัวมาก พี่ภัทรว่าเราตัวร้อน สงสัยจะมีไข้
เรารู้สึกแย่มากเลย สีหน้าพี่วิตกกังวลมาก แล้วพี่บอกว่าจะหาอะไรที่กินได้
แต่คิดดูนะ พวกเราไม่รู้จักพืชอะไรเลยที่จะกินได้

พี่ให้เราขี่หลัง ประมาณสายเราเดินไปเจอ ลำธาร พี่ยิ้ม เรากินปลากันนะ
พี่ภัทรพาเดินไปตามลำธารมองหาปลา แล้วเราก็เจอหินใหญ่
พี่ภัทรบอกให้เรานั่งรอบนนั้น พี่บอกว่าจะหาไม้แหลมมาจับปลา
เราถามพี่ว่า จะจับมันยังไง พี่ยิ้มแต่ไม่บอก

แล้วเราก็เห็นพี่เอาหินไปขวางทางน้ำ แล้วเอาไม้ไล่แทงปลาแต่ก็ไม่ได้
แต่แล้ว สิ่งที่เราเห็นคือ หมีตัวใหญ่โผล่ออกมา เราตะโกนให้พี่ภัทรดูหมี
พอพี่เงยหน้าเห็นมัน มันมองมาทางพี่ พี่ภัทรบอกให้เราหลบไปด้านหลังโขดหิน

ตอนนั้นเราไม่เคยรู้ว่าหมีมันดุร้าย เราคิดว่ามันเป็นสัตว์น่ารักเหมือนในโทรทัศน์
พี่ตะโกนบอกเราว่า “หลบไปหลังโขดหิน เดี๋ยวพี่จะล่อมันไปทางอื่นนะ”
พี่ภัทร ก้มหยิบก้อนหินก้อนใหญ่ แล้ววิ่งไปอีกทาง

เราเห็นหมีมันวิ่งเข้าหาพี่ภัทร แล้วมันใช้มือตบพี่ภัทร แล้วก้มไปกัด
พี่พยายามดันและก็วิ่งเข้าไปในป่า เราตกใจมากเลย ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้อง
เราไม่รู้ว่า จะไปไหนต่อ อีกทั้งปวดหัวมากเลย เรานั่งร้อง รอว่าเมื่อไรพี่จะออกมา
ในใจก็คิดว่าพี่จะเป็นไรหรือไม่และคิดว่าเราคงต้องตายที่นี่แน่เลย
เราจำได้ว่า เราร้องจนเป็นลมไปเลย

รู้สึกตัวก็ตอนที่ได้ยินเสียงพี่ภัทรเรียก “น้องเอิงครับ น้องเอิงครับ” พี่จับเราเขย่า
เราลืมตามาเมื่อเห็นพี่ภัทร เราดีใจมากเลย เราโผเข้ากอดคอ
พี่ก็กอดเราแน่น “หนูคิดว่าพี่…….”
“หมีทำอะไรพี่ไม่ได้หรอกน่า…….. “
“อีกอย่าง พี่บอกหนูแล้วไง พี่จะคอยปกป้องหนู และพาหนูกลับออกไปให้ได้”

เราดีใจมากเลย กอดพี่ภัทรอยู่นาน ไม่รู้ตัวว่าอาการไข้หายไปตั้งแต่เมื่อไร
พี่ภัทรบอกว่ามีลูก นมวัว ฝรั่ง กล้วย พุทธา ขี้หมู
“นี่ไง ได้ของกินมาด้วย กินแล้วเราจะได้เดินทางต่อ” พี่พูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

เรามองหารอย บาดแผลบนตัวพี่ แต่ไม่เจอเลย กลับกัน พี่มีผิวพรรณสะอาด ผุดผ่อง
ดูหล่อมากๆ ไม่เหมือนก่อนหน้านี้เลย อาการเหนื่อย หมดแรง สิ้นหวัง
ไม่มีอยู่ในแววตาพี่ภัทรเลย ตอนเรากอดพี่ภัทร มันหอมอ่อนๆไม่มีกลิ่นเหงื่อ
กลิ่นตัวเหมือนเมื่อวาน

วันนี้พี่มั่นใจมากในทุกคำพูดว่าจะกลับทางไหน พี่ทำให้เราผ่อนคลายมาก
วันนี้เราเดินไม่เหนื่อยเลย แต่ก็เดินไป พักไปเรื่อยๆ พี่บอกว่า เดินช้าๆไม่เป็นไรนะ
อยากอยู่ใกล้ๆน้องเอิงนานๆ พรุ่งนี้เราก็ออกจากป่าได้แล้ว สีหน้าแววตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส
มันรู้สึกแปลกในใจลึกๆ แต่พอนึกจะถามพี่ มันก็ลืมทุกครั้ง

พอใกล้ค่ำ พี่หาที่นอน แล้วไปหาของกินมา พี่หามาได้อีกแล้ว ด้วยความสงสัย
เราเลยถามพี่ว่า พี่หาจากไหน หาได้ยังไง พี่ยิ้ม “ของพวกนี้มันก็อยู่ในป่านี่ล่ะ”
พี่จุดไฟ เราไม่เห็นว่าพี่จุดยังไง เพราะพี่นั่งบังไว้ แล้วอีกอย่างเราไม่ทันสังเกต

เรานั่งกินอยู่คนเดียว พี่ไม่ยอมกินอะไรสักอย่าง พี่บอกว่าพี่กินเรียบร้อยแล้วตอนไปหา
คืนนี้เรานอนบนตัก ในอ้อมกอดของพี่ภัทรเหมือนเดิม ไม่หนาวเหมือนเมื่อวาน
พี่ภัทรกอดเราและจูบหน้าผากเรา

แล้วเราก็ตื่นในตอนเช้า รู้สึกสบายมาก พอสายนิดนึง เราก็เดินทางกันต่อ
พี่ภัทรเดินจับมือเราตลอดทาง พี่พูดอีกว่า
“พี่รักหนูและพี่โอ๊ตมากนะ หนูรู้ไหม วันที่หนูคลอดมาวันแรก ตัวแดง เหมือนลูกหนูเลย
แต่พี่กว่าจะได้อุ้มหนูนะ ก็ตอนที่หนูคอแข็งแล้ว แล้วอีกอย่างแม่พี่กลัวว่า พี่จะทำหนูตก
ตอนเด็กๆนะ พี่โอ๊ต และหนูติดพี่มากเลย ยิ่งหนูนะ เวลาพี่จะกลับบ้านทีไร
พี่ต้องแอบกลับ ไม่งั้นหนูจะร้องทุกครั้งเวลาที่พี่โบกมือลากลับบ้าน”

เราก็พูดบอกพี่ภัทรตามที่แม่เล่าให้ฟัง ” แม่บอกว่า พี่ภัทรอาบน้ำให้หนูกับพี่โอ๊ต
แล้วก็ ป้อนข้าว อุ้มไปเดินเล่น กล่อมให้นอน แต่หนูจำได้ว่า ตอนชั้นเด็กเล็ก
พี่สอนหนูปั่นจักรยาน” เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ แบบลืมเลยว่า เราหลงป่าอยู่นะ
พี่ภัทรให้เราขี่หลังเวลาเราบอกว่า จะขอนั่งพัก

ประมาณเกือบบ่ายสองโมง เราก็เดินมาถึงจุดที่เราหลง เราดีใจมาก
กระโดดกอดพี่ภัทรพี่อีกรอบ พี่ภัทรกอดเราแน่นเลยทีนี้  “พี่รักหนูนะ”
แต่เรารู้สึกว่าจะเริ่มปวดหัวเหมือนเมื่อวานอีกแล้ว ยิ่งเดินก็ยิ่งปวดมาก
และรู้สึกว่าโลกของเรามันมันจะหมุนๆ พี่ภัทรประคองเราเดินไป

แล้วเราก็เดินออกจากเขตป่า เพื่อที่จะไปที่พัก ระหว่างทางพี่ภัทรพูดขึ้นว่า
“น้องเอิงครับ พี่ภัทรไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว” แต่เราไม่ได้สนใจที่พี่พูด
เพราะมีอาการเวียนหัวมาทำให้รำคาญอยู่

“พี่ภัทรไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว” เรายังไม่เข้าใจหรอกที่พี่พูด
เรากระตุกแขนที่ “อะไรน่ะพี่”
แล้วเราก็เดินอย่างเงียบๆ สักพักพี่ก็พูดขึ้นอีก “พี่ส่งหนูแล้ว พี่จะไปเลยนะ”
เราไม่ได้ตอบอะไรพี่ต่อ เพราะมันเหมือนจะมีอาการคลื่นใส้

พวกเรามองเห็นลุง ที่นั่งใต้ต้นมะพร้าว และคนอื่นๆด้วย
แล้วพี่ภัทรก็พูดต่อว่า “จำหมีในป่าได้ใช่มั้ย” เราพยักหน้า “ได้…”
ขณะที่ยังเดินจับมือพี่ภัทรไว้แน่น มองดูหน้าพี่ภัทร พี่ยิ้ม
อยู่ดีๆภาพที่พี่ภัทรสู้กับหมีก็ปิ๊งขี้นมา ภาพตอนที่มันตบ กัด และลากพี่ภัทรไปในป่า

เราเหมือนจะสะดุ้งตื่น ทั้งๆที่ตื่นอยู่แล้ว แต่ตื่นนี้คือ เข้าใจแล้วว่า
หมีไม่น่าจะปล่อยให้พี่รอดมาได้ แต่ถ้าหมีทำร้ายพี่ภัทรไปแล้ว เราไม่อยากคิดต่อ
เรากุมมือพี่ภัทรแน่น และสิ่งที่เราสงสัยในป่า แต่ลืมทุกครั้ง
มันเป็นคำถามผุดมาในหัวเราในตอนนี้

เราหยุดความคิดไว้ตรงนี้ เราหยุดเดิน มองดูพี่ภัทร “ทำไมพี่ภัทรไม่เป็นอะไร”
เราถามพี่ ในขณะนั้นลุงมองมาเห็นเราแล้ว และกำลังชี้ให้คนอื่นๆดู
แล้วลุกขึ้นวิ่งมาหาเรา พี่ภัทรโอบกอดเรา และจูบหน้าผากเราอีก แล้วพี่ก็บอกว่า
“น้องเอิง พี่ภัทรไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว พี่ต้องไปแล้ว”

เรากอดพี่ไว้ ไม่ยอมปล่อยพี่ พี่ผละตัว ออกไปทั้งที่แขนเรายังโอบกอดพี่ภัทรอยู่
ประโยคที่พี่พูดว่า พี่ไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว ผุดขึ้นในหัวเรา พี่ยิ้มให้เรา เราทั้งงง สับสน
ว่าเรื่องจริงหรือ ฝันไป เราเหมือนจะบ้าไปเลย มันทำใจไม่ได้จริงๆตอนนั้น

และสิ่งที่ทำให้เราสะดุ้ง ตกใจ แปลกใจ สับสนหาเหตุผลไม่ได้ แล้วสิ่งที่ทำให้เราสะดุ้ง
ตกใจมากที่สุดคือ พี่ภัทรเริ่มลอยสูงขึ้นและห่างออกไปในอากาศ เราเหมือนจะช๊อก
ยืนมองอยู่ด้วยความงวยงง “นี้คืออะไร มันคืออะไร ๆๆ”
แต่เหมือนว่าใจมันจะรู้ว่าพี่จะจากเราไปแบบไม่มีวันกลับมา

ทั้งๆที่เรางง สับสน และไม่เชื่อสิ่งที่กำลังเห็นอยู่ต่อหน้า “นี้คืออะไร นี้คืออะไรๆๆๆ”
แต่เรากลับตะโกนร้อง พี่ภัทรกลับมา พี่ภัทรอย่าไป ๆ แล้ววิ่งตามพี่ภัทรไปเหมือนคนบ้า

แต่แล้วลุงก็วิ่งมาถึงและรวบเอวเราเอาไว้ เราตะโกนใหญ่เลย พี่ภัทรกลับมา
เราดิ้นกระโดดให้หลุดจากอ้อมแขนของลุง ตอนนั้นเหมือนกับคนเป็นบ้าเลย
ร้องเรียกพี่ภัทร พี่ภัทรอย่าไป ลุงตะโกนเรียกสติเรากลับมาคืน

“น้องเอิงๆ พี่ภัทรอยู่ไหน” เราชี้ไปบนอากาศที่พี่ภัทรลอยอยู่
พี่ยิ้มแล้วบอกประโยคสุดท้ายว่า “บอกพ่อแม่พี่และทุกคนด้วยว่าพี่สบายดีไม่ต้องเป็นห่วง”
เราพยายามดิ้นให้หลุดจากแขนลุง แล้วพ่อแม่ และคนอื่นๆก็วิ่งมาถึง
เราร้องบอกให้ใครก็ได้จับพี่ภัทรไว้ และชี้มือไปที่พี่ภัทร

แล้วภาพที่เราเห็นคือ มีชายในชุดขาวผิวพรรณผุดผ่อง สดใสไม่ต่างกับพี่ภัทร
สองคนปรากฎขึ้นมาข้างๆพี่ภัทร พี่ภัทรยิ้มแล้วหันหลังให้เรา
แล้วภาพของทั้งสามที่ค่อยๆลอยสูงขึ้นก็เลือนลางหายไปในอากาศ
เราตะโกนร้องเรียกพี่ภัทร เสียงคนอื่นๆ ก็ถาม พี่ภัทรอยู่ไหน ๆ เราชี้ไปบนฟ้า
ได้ยินลุงว่าตัวร้อนมาก เราร้องจนเป็นลมไปอีก

ทีนี้ฟื้นมาอีกที ก็อยู่โรงบาลแล้ว ตื่นมาก็ร้องหาพี่ภัทร
คนอื่นที่เขาอยากซักถามว่าเราไปอยู่ไหนมา แล้วพี่ภัทรไปด้วยหรือไม่
แล้วพี่ภัทรอยู่ไหน ตอนนั้นยังคงมีการตามหาพี่ภัทรกันอยู่
แต่เราเองก็ยังงงและสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็อยู่ดีๆคนที่กอดเราดูแลปกป้อง
เดินคุยกันมาอยู่ดีๆ มาบอกว่า ว่าเขาไม่มีตัวตน แล้วลอยจากเราไปเฉยๆแบบนั้น

พี่เค้าไปไหน เค้าเป็นอะไร เค้าอยู่ที่ไหน กว่าเราจะเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นเข้าใจได้
และกว่าคนอื่นจะเข้าใจได้ว่าพี่ภัทรเป็นคนส่งเราออกมาจากป่า ก็ใช้เวลากว่าอาทิตย์
ถึงจะพูดกันรู้เรื่อง ก็ตอนนั้นไม่เคยรู้เรื่องวิญญาณ เรื่องเทวดา หรือ เรื่องผีเลย
จึงไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

เรื่องนี้ยังชัดเจนอยู่ในใจ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาแล้วกว่า 20ปี
ส่วนพี่โอ๊ด กลายเป็นคนเกลียดหมีไปเลย

ถ้าเป็นคนอื่นก็คงรู้ตั้งแต่ตอนที่พี่กลับมาตอนนั้นแล้ว ในใจลึกก็คิดว่าแปลก
ที่ตอนที่พี่กลับมาหลังจากโดนหมีลากไป ทำไมผิวพรรณพี่ภัทรจึงสว่างผุดผ่อง
ดูหล่อเหลา ใบหน้าแววตา ที่มีแต่ความสุข กลิ่นตัวหอมด้วยกลิ่นดอกไม้อ่อน
ไม่มีร่องรอย แผลหรือการต่อสู้เลย แล้วก็ของที่พี่หามาให้กิน กล้วยหอม พุทรา
ฝรั่งแบบนี้ มันจะไปเกิดในป่าได้อย่างไร

เราป่วยนอนโรงพยาบาลเกือบสองอาทิตย์ บางคนบอกว่าเป็นเพราะพิษไข้ เราจึงเพ้อไป
ทั้งๆที่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น แต่กว่าเราจะทำใจยอมรับว่า พี่ภัทรไม่มีตัวตนในโลกนี้แล้ว
ก็ใช้เวลาร่วมสี่เดือนเพราะตลอดเวลาระหว่างนั้น ภาพพี่ภัทรที่เกิดขึ้นในหัวมันยังชัดเจน
ไม่ว่าจะเป็นภาพหรือเสียง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ การกอด การจูบของพี่
การปลอบโยนของพี่ มันชัดเจนอยู่ในใจตลอดเลย

ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร จะเชื่อหรือไม่ หรือบางคนที่พยายามหาคำตอบมาให้เรา
ว่าพี่ภัทรอยู่ในสถานะใด แต่สำหรับเราพี่ภัทรคือ เทพผู้เคยปกป้องและคุ้มครองเรา

นี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรา เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่สุดในชีวิตเรา
เป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นพลังแห่งความรัก ที่บริสุทธิ ที่พี่ชายมีให้เราน้องสาวคนหนึ่ง
และเรายังเชื่ออยู่เสมอว่า พี่ภัทรยังคอยปกป้องดูแลพวกเราอยู่เสมอ

สุดท้ายนี้อยากบอกว่า น้องเอิงรักพี่ภัทรเสมอไม่เคยลืมค่ะ

Advertisements

Comments are closed.